ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้พิจารณาแนวทาง ปรับโครงสร้างภาษี เพื่อเพิ่มรายได้เข้าคลัง โดยหนึ่งในมาตรการที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 15%ซึ่งหากดำเนินการจริงจะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อเศรษฐกิจและประชาชนทุกระดับ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นภาษีที่จัดเก็บจากการซื้อขายสินค้าและบริการ โดยผู้บริโภคเป็นผู้แบกรับภาระภาษีนี้ ขณะที่ผู้ประกอบการเป็นเพียงผู้เก็บภาษีส่งให้ภาครัฐ ปัจจุบันไทยจัดเก็บ VAT ในอัตรา 7% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น (10%) อังกฤษ (20%) และเยอรมนี (19%)
ขึ้น VAT 15% ทำจริงได้แค่ไหน รัฐมองว่าการขึ้น VAT จะช่วยเพิ่มรายได้เข้าคลังโดยตรง เพราะเป็นภาษีที่จัดเก็บง่าย ควบคุมได้ และมีฐานภาษีกว้างกว่าภาษีประเภทอื่น เช่น ภาษีนิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
อย่างไรก็ตาม การขึ้น VAT ในช่วงเวลานี้อาจสร้างแรงกดดันต่อภาคเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางจากปัจจัยต่างๆ เช่น ค่าครองชีพที่สูงขึ้น หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง และอัตราดอกเบี้ยที่เป็นภาระต่อประชาชน
ผลกระทบของการขึ้น VAT เป็น 15%
- กระทบค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง
– การขึ้น VAT ทำให้ ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นทันที ซึ่งกระทบกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและชนชั้นกลางอย่างหนัก
– กำลังซื้อของประชาชนอาจลดลง ส่งผลต่อภาคค้าปลีกและธุรกิจขนาดเล็ก
- อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น
– ราคาสินค้าที่แพงขึ้นจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพ ทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น
– หากเงินเฟ้อสูงแต่รายได้ประชาชนไม่เพิ่มตาม อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
- กระทบต่อภาคธุรกิจและการบริโภค
– ธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศ อาจเผชิญยอดขายลดลง เพราะประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
– ธุรกิจ SME ที่มีต้นทุนจำกัดอาจต้องปรับตัวด้วยการลดต้นทุน ลดพนักงาน หรือเพิ่มราคาสินค้าเพื่อรักษากำไร
- อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบ
– ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง การเข้าพักโรงแรม และบริการต่างๆ จะเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้ไทยเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านที่มีต้นทุนท่องเที่ยวถูกกว่า

เหตุผลที่รัฐบาลอาจยังไม่สามารถขึ้น VAT ในตอนนี้
- เศรษฐกิจยังไม่พร้อมรับแรงกระแทก
– เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากโควิด-19 และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก
– หนี้ครัวเรือนสูงแตะระดับ 90% ของ GDP ซึ่งหมายความว่าหากค่าครองชีพสูงขึ้นจากภาษี ประชาชนอาจมีปัญหาหนี้เสียเพิ่มขึ้น
- ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเมือง
– การขึ้นภาษีมักเป็นประเด็นที่สร้างแรงต่อต้านจากประชาชนและภาคธุรกิจ หากรัฐบาลเดินหน้าอาจทำให้คะแนนนิยมลดลง
– อาจเกิดกระแสต่อต้านจากผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
- อาจส่งผลต่อการลงทุนจากต่างชาติ
– นักลงทุนอาจกังวลว่า ภาษีที่สูงขึ้นจะทำให้ต้นทุนดำเนินธุรกิจในไทยเพิ่มขึ้น และอาจมองหาทางเลือกในประเทศอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่า
แม้ว่าการขึ้น VAT จาก 7% เป็น 15% จะช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐอย่างมหาศาล แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นอาจรุนแรงจนทำให้เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะชะลอตัว ดังนั้น
การปรับโครงสร้างภาษีควรพิจารณาแนวทางที่ไม่สร้างภาระให้ประชาชนมากเกินไป เช่น การขยายฐานภาษี ปรับปรุงการเก็บภาษีดิจิทัล และปรับโครงสร้างภาษีนิติบุคคล เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สร้างแรงกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน
สนับสนุนโดย เครื่องช่วยฟังราคาเท่าไหร่
