สาวหวิดชะตาดับ เพราะหัวหอมติดนิ้วตอนปอกเปลือก อาการรุนแรงจนต้องเข้าห้องฉุกเฉิน เกือบไม่รอดชีวิต

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 เว็บไซต์เดลี่เมลรายงานเหตุการณ์ที่น่าตกใจเกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เกือบเสียชีวิตจากการปอกหัวหอม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดูเหมือนจะปลอดภัยและเป็นส่วนหนึ่งของการทำอาหารในชีวิตประจำวันหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
เมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวกำลังเตรียมอาหารและปอกหัวหอมตามปกติ แต่กลับเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงจนต้องรีบนำส่งห้องฉุกเฉิน
ในระหว่างที่เธอกำลังปอกหัวหอม เธอรู้สึกถึงอาการคันและแสบร้อนที่นิ้วมือ ซึ่งเธอคิดว่าเป็นเพียงอาการระคายเคืองธรรมดาแต่ไม่นานหลังจากนั้น อาการของเธอก็เริ่มแย่ลงอย่างรวดเร็วเธอเริ่มมีอาการบวมแดงที่นิ้วมือ และรู้สึกหายใจลำบากเมื่อสังเกตเห็นว่าอาการไม่ดีขึ้น เธอจึงตัดสินใจไปที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลใกล้เคียง
เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์ได้ทำการตรวจสอบและพบว่าเธอมีอาการแพ้อย่างรุนแรง หรือที่เรียกว่าแอนาฟิแล็กซิส (anaphylaxis) ซึ่งเป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้อย่างรุนแรงนกรณีนี้ สารก่อภูมิแพ้คือสารประกอบในหัวหอมที่เธอสัมผัสขณะปอกเปลือก
แอนาฟิแล็กซิสเป็นภาวะที่อันตรายและสามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีาการทั่วไปของแอนาฟิแล็กซิส ได้แก่ ผื่นคัน หายใจลำบาก ความดันโลหิตลดลง และอาจถึงขั้นหมดสตินกรณีของหญิงสาวคนนี้ อาการของเธอรุนแรงจนต้องได้รับการฉีดอะดรีนาลีน (epinephrine) เพื่อช่วยชีวิต
![]()
หลังจากได้รับการรักษา อาการของเธอก็ค่อยๆ ดีขึ้นแพทย์ได้แนะนำให้เธอหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับหัวหอมในอนาคต และพกพายาฉีดอะดรีนาลีนติดตัวเสมอในกรณีที่เกิดอาการแพ้อีกอกจากนี้ เธอยังได้รับคำแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้เพื่อทำการทดสอบเพิ่มเติมและรับคำแนะนำในการป้องกันอาการแพ้ในอนาคต
เหตุการณ์นี้เป็นการเตือนให้เราตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมที่ดูเหมือนจะปลอดภัยในชีวิตประจำวันการแพ้หัวหอมเป็นเรื่องที่พบได้น้อย
แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้าการแพ้หัวหอมอาจเกิดขึ้นจากการสัมผัส การรับประทาน หรือแม้กระทั่งการสูดดมไอระเหยจากหัวหอมาการแพ้อาจมีตั้งแต่อาการเล็กน้อย เช่น คันหรือแสบร้อนที่ผิวหนัง ไปจนถึงอาการรุนแรงเช่นแอนาฟิแล็กซิส
สำหรับผู้ที่ทราบว่าตนเองมีอาการแพ้หัวหอม ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือรับประทานหัวหอม และควรแจ้งให้ผู้อื่นทราบถึงอาการแพ้ของตนอกจากนี้ ควรพกพายาฉีดอะดรีนาลีนติดตัวเสมอ และเรียนรู้วิธีการใช้ยาอย่างถูกต้องากเกิดอาการแพ้ ควรรีบไปพบแพทย์หรือไปที่ห้องฉุกเฉินทันที
สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีอาการแพ้หัวหอมมาก่อน แต่เริ่มรู้สึกถึงอาการผิดปกติเมื่อสัมผัสหรือรับประทานหัวหอม ควรสังเกตอาการของตนเองอย่างใกล้ชิดากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจสอบเพิ่มเติม
ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนทั้งหมดนี้โดย เครื่องช่วยฟัง ดิจิตอล
