ตลาดนัด

 ตลาดนัดเป็นตลาดที่ชาวบ้านจัดตั้งขึ้นเป็นเหมือนกับชุมชนเล็กๆที่นำของมาขายและเกิดการพัฒนาเป็นตลาดใหญ่ใหญ่ในปัจจุบันที่เราเห็นกันอยู่ตลาดนัดก็เป็นแหล่ง Shopping อีกอย่างหนึ่งที่ Shopping ของกินมีทั้ง อาหารคาวอาหารหวาน ของสด เช่น ไก่สด ปลาทู ปลาต่างๆ มีของกินมากมายหลายหลายอย่างซึ่งตลาดในปัจจุบันก็จะเป็นตลาดใหญ่ๆ ส่วนตลาดเล็กๆก็จะเป็นพวกตลาดระดับหมู่บ้าน ในตลาดของหมู่บ้านก็จะเป็นพวกผักสดของกินเล่นของเด็กก็จะเป็นพวกเครป ลูกชิ้นทอด เเละส่วนของกับข้าวที่ซื้อไปทำกินเองก็ เช่น ไก่สด หมูบดต่างๆ

เเละพวกเเกงต่างๆที่ใส่ถุง ส่วนตลาดที่ใหญ่ๆมาขึ้นมาหน่อย ก็จะเป็นตลาดที่มีพื้นที่กว้างมีของขายหลากหลายเยอะแยะเช่น แกงถุงใส่ถุงร้อนต่างๆราคาก็ไม่เกิน 50 บาท มีทั้งแกงหมู แกงไก่ และพวกของผัดต่างๆเช่นผัดพริกแกงปลาดุก ส่วนพวกอาหารอีสานก็จะมีลาบ น้ำตก บางตลาด ก็จะมีพวกยำขายด้วย

ก็จะมียำต่างๆที่กำลังฮิตกัน มีชานมไข่มุก มีเสื้อผ้าแฟชั่นสวยๆขาย บางตลาดก็จะราคาเเตกต่างกัน มีของใช้ขายก็มี บางร้านมีปากกา มีอุปกรณ์สำหรับนักเรียนมาขาย มีร้านกิฟช็อปขาย ก็จะขายพวก หนังยาง โบว์ผูกผม หนังยางแฟชั่นลายการ์ตูนต่างๆ ต่างหู สร้อย เเหวน นาฬิกา กระเป๋าตังค์ เสื้อผ้ามือสอง เสื้อผ้าเด็ก เสื้อผ้าผู้ใหญ่ และมีผ้าปูที่นอน ผ้าม่าน หมอนไห้เลือกซื้อหลากหลายอย่าง เเละยังมีเครื่องสำอางต่างๆที่ผู้หญิงหลายๆคนไม่มีเวลาไปห้าง ในตลาดก็จะมีขาย เลือกร้านดีๆ 

ก็สามารถได้คุณภาพเหมือนในห้างสรรพสินค้าเลยก็ได้ ในตลาดนัดบางที บางจังหวัด อาจจะมีทุกวัน หรือ บางตลาดใหญ่ๆ ก็อาจจะจัด4-5วันก็ว่ากันไป เเต่ถ้าในเขตชุมชนนั้นมีหลายๆตลาด ก็จะจัดวันนี้อีกตลาดนึง พรุ่งนี้ตลาดนึง มะรืนอีกตลาดหนึ่งก็เป็นไปก็ได้ เเต่ทุกๆตลาดไม่เหมือนกันทั้งหมด

เพราะบางตลาด อาจจะไม่ได้ขายพวกเครื่องสำอาง เเละเสื้อผ้ามือ2ก็ได้ เพราะบางตลาดเขาจำกัดพื้นที่ ถ้าพื้นที่ตลาดน้อย ก็อาจจะจัดเเค่โซนกับข้าวเเละโซนผักสดเท่านั้น เเต่ถ้าตลาดใหญ่ๆ อย่างเช่นพวก ตลาดถนนคนเดิน ก็อาจจะมีทั้งสัตว์เลี้ยงต่างๆมาขาย เคสโทรศัพท์สวยๆ อาหารหลากหลายที่เเปลกตา เเละร้านเสื้อผ้าแฟชั่นถูกๆหลายๆร้าน มีเสื้อผ้าที่เเปลกใหม่ มากกว่านี้

หรือ มีของกินที่น่ากินมากกว่าตลาดเเถวบ้าน ซึ่งตลาดเล็กกับตลาดใหญ่ๆ ย่อมไม่เหมือนกันอยู่เเล้ว เเละก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของเราด้วยว่าจะชอบเดินตลาดเเบบไหน จะซื้อกับข้าวเเล้วกลับ หรือเดินซื้อของในตลาดใหญ่ๆเพลินๆ เพราะตลาดในปัจจุบัน มักจะใหญ่เเทบทั้งหมดเเล้ว เเละมีของหลากหลายไห้เราได้เลือกซื้ออีกด้วย

 

Continue Reading

เคล็ดลับการออมเงินให้อยู่

ไม่ใช่สำหรับทุกคนเลยที่คิดว่าการเก็บเงินนั้นเป็นเรื่องง่าย เมื่อเปรียบเทียบกับการเอาเงินออกไปใช้ ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หลายๆคนจึงเลือกการพยายามหาเงินให้เยอะๆเพื่อนำมาใช้ แต่ไม่เคยแบ่งเก็บเลย ในวันหนึ่งเราอาจจะเหนื่อยกับการหาเงินมาหมุนใช้ในแต่ละวัน การมีเงินเก็บนั้นจะเป็นวิธีที่ช่วยเราได้ เราควรมาทำให้การออมเงินเป็นสิ่งที่ควรทำ ทำให้เป็นเรื่องน่าสนุก เพื่อทุกคนจะได้หันมาสนใจการเก็บออมเงินกัน กับวิธีการง่ายๆไม่น่าเบื่อที่ช่วยเรามีเงินเก็บ

1.ลองเก็บเงินตามวันที่

อย่างเช่น วันที่ 1 เก็บเงิน 1 บาท วันที่ 2 เก็บเงิน 2 บาท ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 1 เดือน คือ 30 วัน ใน 1 เดือนเราจะมีเงินเก็บประมาณ 465 บาท และใน 1 ปี จะมีเงินเก็บประมาน 5,580 บาท แล้วเริ่มเก็บใหม่ในเดือนถัดไปโดยใช้การเก็บเงินตามวันนี้เหมือนเดิม จะทำให้เราสนุกไปกับเก็บเงินอย่างมาก

2.เก็บเงินทุกครั้งที่เงินเดือนออก

เมื่อถึงวันที่เงินเดือนออก ให้เก็บไว้ก่อนเลย 20%-25% ของเงินเดือน เป็นการเก็บเงินก่อนใช้ สมมติว่าได้เงินเดือน 15,000 บาท เก็บ 20% คือ 3,000 บาท ทำวิธีนี้ทุกๆเดือนครบ 1 ปี ก็จะมีเงินเก็บ 36,000 บาท

3.เศษจากเงินเดือน

เก็บเศษจากเงินเดือนคือ ทำให้เงินเป็นเงินแบบเต็มจำนวนที่มีเลขศูนย์ อย่างเช่น ได้รับเงินเดือน 15,350 บาท ก็จะเก็บเศษ 580 บาท การเก็บเงินในลักษณะนี้ให้ดูค่าใช้จ่ายของตนเองด้วย ถ้าหากเรามีฐานเงินที่ดีสามารถเก็บเงินจากเศษเงินเดือนได้มาก เช่น เงินเดือน 21,150 บาท ก็สามารถเก็บเศษได้เลย 1,150 บาท เก็บตามความเหมาะสม หากเก็บไปในระยะยาวเรื่อยๆก็จะสามารถกลายเป็นเงินก้อนโต

4.ใช้เท่าไหร่ เก็บเท่านั้น

วิธีการเก็บเงินแบบนี้ให้นำรายจ่ายฟุ่มเฟือยในแต่ละวันเป็นหลัก เช่น วันนี้เราซื้อกางเกงไป 320 บาท ก็เก็บเงิน 320 บาท เท่ากับเงินที่ใช้จ่ายไป ถ้าหากว่าเรายิ่งใช้เงินฟุ่มเฟือยเท่าไหร่ ก็จะยิ่งต้องเก็บมาก เป็นการเก็บเงินหลังใช้ เพราะเรายิ่งใช้เยอะ เราต้องมีวินัยในการเก็บเงินให้เยอะขึ้นได้ด้วย

5.เก็บแบงค์50

เป็นวิธีที่ทำให้เรามุ่งความสนใจไปที่แบงค์50 เป็นเพราะแบงค์นี้เรามักจะไม่ได้เจอหรือได้รับเป็นเงินทอนสักเท่าไหร่ เลยดูเหมือนแบงค์ที่หายาก ทำให้รู้สึกอยากเก็บสะสม เช่น ถ้าหากเราได้รับเงินทอนเป็นแบงค์50 ใน 1 อาทิตย์ ได้รับ 2 ใบ 1ปี มี 52 สัปดาห์ ก็จะได้มีเงินเก็บประมาณ 5,200 บาท

 

Continue Reading

การแต่งกายให้เหมาะสม

ในปัจจุบันนี้เราจะเห็นสไตล์การแต่งตัวกันอย่างหลากหลาย จึงเกิดความนิยมในการแต่งตัวอย่างมีสไตล์เพราะจะเพิ่มความดูดีแก่เรา เพิ่มความมั่นใจและยังสามารถเสริมบุคลิกภาพของเราให้ดูดีได้อีกด้วย ฉะนั้นการแต่งกายก็สำคัญเพราะต้องใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเรานั้นจะจัดการกับการแต่งกายของเราอย่างให้มีความดูดี มีความเหมาะสมที่สุด ดูแล้วเกิดความมั่นใจในการแต่งตัวของเราด้วยเพื่อเราจะสามารถแต่งตัวได้อย่างหลากหลาย

แต่งตัวตามสถานที่

การแต่งตัวเรานั้นมีหลายรูปแบบและมีความหลากหลายอย่างมาก ฉะนั้นเราควรมีกาลเทศะในการแต่งกายด้วย คือการแต่งตัวให้เหมาะสมกับสถานที่นั้นเพื่อให้เกิดความกลมกลืน ไม่หลุดกรอบ และดูมีความเหมาะสมกับสถานที่ ถ้าหากเป็นงานในสังคมก็ควรแต่งให้มีความเหมาะสมกัน เช่น เดรสยาว หรือถ้าเป็นงานปาร์ตี้ก็จะสามารถแต่งตัวได้อย่างหลากหลายหน่อยเพราะงานนี้ไม่เน้นการแต่งตัวอย่างเคร่งเครียดสักเท่าไหร่ สามารถแต่งได้ตามสไตล์ของเราเลย เพราะการรู้ว่าเราชอบสไตล์ไหนก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีจะได้เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ที่แต่งตัวด้วย

เพิ่มความดูดี มีเสน่ห์ให้แก่ตัวเราเองด้วย แต่ถ้าหากเป็นงานเลี้ยงรุ่นโรงเรียนก็ควรแต่งตัวแบบเคารพสถานที่ไม่หวือหวาหรือวาบหวิว เพราะจะทำให้ดูไม่ดีในสายตาคนอื่นเลยฉะนั้นเราควรแต่งตัวให้ดีๆ ยิ่งการไปงานในสุถานที่ที่มีผู้ใหญ่เยอะควรที่จะแต่งตัวให้เรียบร้อยอย่างมากถึงมากที่สุดและควรแต่งเรียบๆด้วย เพราะงานที่มีผู้ใหญ่เยอะๆ ถ้าเราทำสิ่งที่ไม่ดีก็อาจจะถูกจับตามองได้ ฉะนั้นเราควรแต่งกายให้ดีและเรียบร้อยอย่างมากเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดต่างๆในการทำงานนั้น

ทุกคนจะเห็นได้ว่าการแต่งกายให้เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนของสาวๆอย่างมากเพราะว่าบางคนต้องใช้เวลาเลือกนานมากๆ เพราะมีความหลากว่าการแต่งกายให้เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนของสาวๆอย่างไหวพริบในการเลือกเสื้อผ้าว่าควรแต่งอย่างไรดีให้เหมาะสม มีความดูดี และรู้สึกว่ามีความเรียบง่าย ดูสุภาพเรียบร้อย ก็จะสามารถไปงานต่างๆได้ ถ้าเราแต่งตัวอย่างเรียบง่ายแต่ดูดี คุณก็จะสามารถไปที่ไหนก็ได้เพราะความเรียบจะให้เราดูดีและเหมาะสมกับสถานที่ต่างๆอย่างมาก และดูไม่น่าเกียจด้วยและสามารถใส่ได้ในหลายงาน ถูกกาลเทศแน่นอน ฉะนั้นเราควรศึกษาให้ดีๆว่าเรานั้นควรแต่งกายอย่างไรดีให้มีความเหมาะสมที่สุดต่อการใช้งานในแต่ละครั้ง

 

สนับสนุนโดย  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

Continue Reading

ฮวงจุ้ยห้องครัว

คุณรู้ไหมว่าห้องครัวเป็นห้องที่มีความสำคัญอย่างหนึ่งภายในบ้านเช่นเดียวกัน

เพราะห้องครัวเป็นห้องที่ดูแลเกี่ยวกับการอิ่มท้องของคนภายในบ้านทั้งหมดดังนั้นการดูแลทำความสะอาดห้องครัวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง หากห้องครัวไม่สะอาดจะมีผลต่อหลักฮวงจุ้ยของบ้านเช่นเดียวกัน ดังนั้น ทุกครั้งที่เราทำอาหารเสร็จเรียบร้อย เราจึงทำเป็นต้องทำความสะอาดห้องครัวด้วยทุกครั้ง โดยเตาแก๊ส ก็ควรเช็คล้างทำความสะอาดอย่างให้มีคราบมัน เราสามารถหาซื้อน้ำยาล้างทำความสะอาดคราบมันในครัวมาใช้งานได้ และเครื่องดูดควันก็ควรทำความสะอาดเช่นเดียวกัน อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งในการถอดออกมาล้างเอาคราบน้ำมันออก การเก็บกวาดครัวควรทำทุกวันอย่างให้ครัวมีฝุ่นผง

และเพดานภายในครัวไม่ควรมีหยากไย่  ควรเช็คทำความสะอาดจานชามทุกครั้งหลังจากล้างจานเสร็จ หรือนำคว่ำพึ่งให้แห้งก่อนที่จะเก็บจานเข้าตู้เพื่อป้องกันการอับชื้นซึ่งจะเป็นแหล่งเพาะพันธ์ของเชื้อรา ขวดเครื่องปรุงต่างๆเมื่อมีการใช้งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรมีการปิดฝาให้สนิทกันแมลงบินลงไปในขวดและที่สำคัญเลยคือ เมื่อเราทานอาหารเสร็จแล้วทุกครั้ง

ให้รีบล้างจานเลยอย่างวางแช่เอาไว้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นส่งที่ทำให้ห้องครัวสกปกติ เป็นสิ่งที่จะเรียกหนูให้เข้ามาในบ้านและเมื่อห้องครัวสกปกติโชคลาภการเงินก็จะหายไปด้วย ถังขยะในห้องครัวควรมีการนำไปทิ้งทุกครั้งในตอนเย็นก่อนเราทำการปิดครัว เพื่อไม่ให้ในครัวของเราเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

เพราะใครที่เข้ามาในครัวควรจะได้กลิ่นหอมของอาหารแทนที่จะได้กลิ่นเหม็นของขยะ ควรมีการน้ำของในตู้เย็นมาเช็ควันหมดอายุเป็นระยะและควรนำตู้เย็นมาล้างทุกสัปดาห์เพื่อความสะอาดของตู้เย็น และอีกหนึ่งหลักการของฮวงจุ้ยคือเราควรจะต้องปิดครัวตลอดเวลาอย่าให้กลิ่นของอาหารในครัวออกมาก่อกวนคนห้องอื่นๆ หรือคนในบ้านที่กำลังทำกิจกรรมอื่นๆ

ควรมีการปิดห้องครัวให้มิดชิดทั้งหน้าต่างและประตูอย่าให้คนภายนอกมองเข้ามาเห็นข้างในครัวได้ ซึ่งเราอาจจะไปซื้อพลาสติกสูญญากาศมาติดตรงกระจก กันคนมองเข้ามาที่ข้างในห้องครัว  และที่สำคัญพื้นของห้องครัวควรเช็ดทำความสะอาดอยู่เสมออย่าให้สกปรก ก็จะช่วยเรื่องฮวงจุ้ยของห้องครัวของเราให้ดีขึ้นมาได้แล้ว และหากทุกคนสามารถทำได้ตามนี้รับรองว่าถึงแม้จะไม่มีผลต่อฮวงจุ้ยแต่การที่เราได้อยู่ในที่ที่สะอาดก็จะทำให้เราสุขภาพอนามัยแข็งแรงได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

Continue Reading

วิกฤตประชากรของประเทศญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาเรื่องประชากรอย่างหนักในรอบ 120 ปี

และได้กลายเป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดในโลก ทำให้ประเทศญี่ปุ่นกำลังจะกลายเป็นระเทศที่ขาดแลนแรงงานออย่างมากเนื่องจากคนวัยทำงานนั้นเริ่มที่จะลดลง ทำให้อัตราการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มมากยิ่งขึ้น จากผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน 100 คนจะต้องดูแลผู้สูงอายุถึง 75 คนเพราะฉะนั้นญี่ปุ่นก็จะต้องเผชิญกับปัญหาการรองรับผู้สูงอายุที่มากยิ่ง และจะกลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่จะตามมาในอนาคต มีการคาดการว่า อีก 45 ข้างหน้านี้ญี่ปุ่นจะมีจำนวนประชากรที่ลดลง จาก 130 ล้านคนเหลือเพียง 88 ล้านคน เป็นปัญหาที่รัฐบาลญี่ปุ่นต้องเร่งแก้ไขอย่างหนัก โดยทางรัฐบาลได้ทุ่มเงินมหาศาลในการแก้ไขปัญหานี้

เนื่องการมีบุตรเป็นเรื่องที่สำคัญของคนญี่ปุ่นมาก ทั้งปัญหาค่าครองชีพที่สูงมากของประเทศทำให้ผู้คนที่อยู่ในวัยที่พร้อมจะมีบุตรนั้นลดลง เพราะต้อแบกรับค่าใช้จ่ายต่อการเลี้ยงดูบุตรหนึ่งคนสูง รัฐบาลจึงได้วางโครงการที่จะช่วยเหลือการเกิดและดูแลเด็ฏใหเมากที่สุดเนื่องประชากรเด็กเหล่านี้จะต้องกลายเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต และสาเหตุที่เป็นปัจจัยอีกอย่างหนึ่งของการลดลงของประชากรนั่นก็คือ อัตราการแต่งงานของคนญี่ปุ่นลดลง เนื่องจากการที่ผู้หญิงวัยทำงานในญี่ปุ่นไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูบุตรไปพร้อมกัน

ได้เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของพวกเหล่านั้นลดลง จึงทำให้เกิดการแต่งที่น้อยลง และอัตราการแต่งงานของคนญี่ปุ่นก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งค่าครองชีพที่สูง แนวคิดความเท่าเทียม ค่านิยมที่ต้องทำงานให้หนัก ก็ตั้งความหวังให้ประสบความสำเร็จ แรงกดดันจากสังคมทำให้ผู้นเริ่มที่จะหาคู่กันน้อยลง และการแต่งงานในแต่ล่ะครั้งก็ค่อนข้างมีราคาสูง หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นจึงเลือกที่จะไม่แต่งานกัน ทำให้ประเทศต้องสู่สภาวะที่ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

ญี่ปุ่นได้เริ่มวางแผนแก้ไขปัญหานี้มาเป็น 20 ปีแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าประเทศก็ยังไม่มีทางที่จะเพิ่มจำนวนประชากรได้แล้ว ดังนั้นจึงได้ออกมาตราการอื่นๆเพื่อเพิ่มแรงงานให้กับประเทศ เช่นการสร้างหุ่นยนต์เพื่อจะมาเป็นกำลังหลักในการผลิตสินค้าแทนคน และรับแรงงานต่างด้าวให้เพิ่มมากขึ้น แต่ว่าก็ยังมีแรงงานจากประเทศที่ไม่มากเพียงต่อความต้องการกำลังการผลิต เนื่องจากต้องอยู่ภายใต้แรงกดดันของสังคมการที่ญี่ปุ่นที่ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แรงงานจากต่างประเทศ ไม่เลือกที่จะมาใช้แรงงานที่ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีความเป็นชาตินิยมสูง จึงทำให้แรงงานที่มาจากต่างประเทศเกิดความอึดอัดและไม่สามารถที่จะทำงานต่อได้ 

แม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วแต่ว่าการแก้ไขปัญหาทางด้านประชากรถือว่าเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ซึ่งอนาคตของประเทศชาติกำลังอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล อีกทั้งญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการเอาธุรกิจสีเทาที่ถูกยกขึ้นมาทำให้ถูกฎหมายอย่างหนังผู้ใหญ่แม้ว่าภาพลักษณ์ของประเทศจะดูเหมือนเป็นประเทศที่มีส่งเสริมกรมีเพศสัมพันธ์ แต่ความเป็นจริงนั้นสวนทางกับสิ่งที่สังคมภายนอกประเทศรับรู้ แต่ไม่ว่าอย่างไรรัฐบาลก็ยังต้องคงเร่งหาวิธีแนวทางแก้ไขนี้ก่อนที่ญี่ปุ่นจะกลายเป็นประเทศที่ล้มเหลวเพราะขาดแคลนแรงกำลังในการขับเคลื่อนประเทศ

 

Continue Reading

ดารานักแสดงชายซีรีส์เกาหลีที่ค่าตัวแพงที่สุด

   ว่าด้วยอันดับ ดาราเกาหลีที่มีชื่อเสียงและสามารถทำเงินได้หลานล้านบาทต่อการแสดงหนังซี่รี่ย์ โดยจัดอันดับคราวๆมารวมกันไว้นะที่นี้ ว่ามีใครกันบ้าง หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี เพราะหนุ่มสาวพวกนี้มีผลงานออกมามากมายจริงๆ  โดยที่ อาจติดอันดับดาราทำเงินเยอะมากที่สุดเลยก็ว่าได้

อันดับ 1  คิมซูฮยอน ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 2,600,000 ล้านบาทต่อซีรีส์ 1 ตอน

      คิมซูฮยอนหนุ่มซุปเปอร์สตาร์ของเกาหลี อายุ 31 ปี ได้ประสบความสำเร็จจากการเล่นซีรีส์มากมาย ที่ดังๆ เช่น You Who come from the star ในปี 2014 เล่นเป็นพระเอกประกบกับดารานักแสดงหญิงคนดัง จอนจีฮยอน กระแสตอบรับดีมากๆ  แต่ก่อนสมัยเด็กคิมซูฮยอนเป็นเด็กหนุ่มขี้อาย ชอบเก็บตัว แต่แม่ของเค้าได้ส่งเค้าเข้าเรียนคลาสการแสดงเพื่อนปรับปรุงบุคลิกภาพให้ดีขึ้น จนมาเป็นคิมซูฮยอยพระเอกซุปเปอร์สตาร์ของเกาหลีจวบจนทุกวันนี้

อันดับ 2 ฮยอนบิน    ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 2,500,000 ล้านบาทต่อซีรีส์ 1 ตอน

      ฮยอนบินหนุ่มมาดเข้ม ได้กำเนิดและเติบโตในกรุงโซล อายุ 37 ปี ล่าสุดกับผลงานซีรีส์เรื่อง Emergency of landing , Memories of the Alhambra และอีกหลายๆเรื่องที่โด่งดังเช่นกัน

อันดับ 3  โจอินซอง ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 2,200,000 ล้านบาทต่อซีรีส์ 1 ตอน

      โจอินซองฉายุหนุ่มหล่ออมตะ อายุ 38 ปี จบการศึกษาจากคณะการแสดง ได้เริ่มอาชีพจากการเป็นนายแบบก่อน แล้วมีผลงานมาจนได้แสดงละครเรื่องแรก เรื่อง school 3 

อันดับ 4 โซจีซบ   ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 2,200,000 ล้านบาทต่อซีรีส์ 1 ตอน 

       โซจีซบพระเอกหนุ่มที่ดูแสนอบอุ่น โรแมนติก ที่มีอายุ 42 ปี แต่ยังดูเป็นหนุ่มหล่อครองใจสาวหลายๆคนอยู่ ความฝันของเค้าตอนแรกคือเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ เค้าได้ทำตามความฝันสำเร็จจนเป็นนักหีฬาระดับประเทศ จนตอนหลังได้มาเป็นครูสอนว่ายน้ำ จนมีแมวมองไปสะดุดตาความหล่อเข้า จึงได้ชักชวนให้เค้าเข้าวงการนับตั้งแต่นั้นมา ผลงานล่าสุดของเค้าคือ Terius behind me 

Continue Reading

เยลลี่กัญชา น่าตาน่ากินแต่ฤทธิ์ร้ายแรง

         จากกรณีที่มีข่าวว่ามีนักศึกษางานออกมาโพสต์ระบุว่าตัวเองและรุ่นพี่ที่ทำงานได้ไปทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแล้วไปเจอกับดาราชาย จึงมีการนั่งทานข่าวร่วมกันแล้วดาราชายก็ยื่นเยลลี่ให้กิน บอกว่ามาจากต่างประเทศ แต่หลังจากทานเยลลี่เข้าไปแล้วนั้น นักศึกษาฝึกงานมีอาการใจสั่น หายใจไม่ออก มีเหงื่อออกมาก จนต้องส่งโรงพยาบาล และพบว่าได้กินเยลลี่ผสมกัญชาเข้าไป 

          จากข่าวนี้มีหลายคนสงสัยว่า ตัวเยลลี่กัญชามีจริงหรือเปล่า แล้วในไทยนำเข้ามากินได้ด้วยเหรอ แล้วถ้ากินมันจะอร่อยเหมือนเยลลี่ธรรมดาหรือเปล่า   แล้วเมื่อกินเข้าไปแล้ว อาการเป็นอย่างไร อันตรายมากไหม วันนี้เรามาหาคำตอบเหล่านี้กันค่ะ 

            ตามที่ได้ติดตามข่าวจากสำนักข่าวต่างๆ ตอนนี้มีการเตือนมาจากคุณหมอหลายท่าน หรือแม้แต่กรมการแพทย์เองว่า  เยลลี่กัญชา เป็นสิ่งผิดกฎหมายของไทย และยังไม่มีการับรองจากองค์การอนามัยอาหารและยา ถึงแม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยจะมีการอนุมัติให้สามารถนำกัญชามาใช้วงการแพทย์ได้แล้วแต่ถ้าจะนำกัญชามาเป็นส่วนประกอบของ ของกินชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นขนมหรืออาหาร ยังไม่มีการรับรอง ยังถือว่ากัญชายังเป็นสิ่งผิดกฎหมายอยู่นะคะ 

          ในปัจจุบันมีการสกัดสารแล้วนำมาใช้งานได้ 2 ตัวคือ

  1. THC  สำหรับสารตัวนี้มีฤทธิ์กดประสาท ทำให้มีอาการเคลิบเคล้มและทำให้เกิดอาการประสาทหลอนด้วย ส่วนใหญ่จะนิยมมาใช้งานแบบผิดกฎหมาย 
  2. CBD สำหรับสารตัวนี้ จะถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ เพื่อนำมาสกัดเป็นยารักษาโรค 

          สำหรับเยลลี่กัญชา ตอนนี้มีการตรวจสอบพบว่ามีสาร THC ปนอยู่ในเยลลี่ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายและยังเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากมีการกินเข้าไปในปริมาณที่มากพอ 

สำหรับเยลลี่กัญชานั้นจะมีจำหน่ายในประเทศที่รองรับการเปิดให้ผลิตและซื้อขายกัญชาได้อย่างถูกกฎหมาย และสามารถซื้อนำกลับมาไทยได้ เพราะลักษณะของซองจะเป็นเหมือนซองขนมธรรมดา หากไม่ได้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดก็สามารถเล็ดลอดเข้ามาในไทยได้ ซึ่งตอนนี้ประเทศ ที่สามารถซื้อได้แบบถูกกฎหมายเลยจะมีอยู่ 4 ประเทศคือ อุรุกวัย จอร์เจีย เซาท์แอฟริกา และแคนาดา ส่วนประเทศอื่นๆส่วนใหญ่จะอนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์เท่านั้น

ถ้านำมาใช้เป็นส่วนผสมอันอื่น ยังถือว่าผิดกฎหมาย คำแนะนำสำหรับเยาวชนไทย ที่อยากรู้อยากลองว่า บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องลองอะไรทุกอย่าง ถ้าเรารู้อยู่แล้วว่าของสิ่งนั้นมีโทษต่อร่างกาย ก็ไม่จำเป็นต้องนำชีวิตของตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพียงแค่เหตุผลว่าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร 

Continue Reading