ข่าวเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผูกคอตาย

มีข่าวมาจากจังหวัดเชียงใหม่ว่ามีเด็กนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผูกคอตายในห้องน้ำที่โรงเรียนนั้น จากการสอบถามข้อมูลพ่อและแม่ของเด็กทราบมาว่าครอบครัวของเด็กหญิงมีทั้งหมด 4 คน คือ พ่อ แม่ พี่สาวอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และน้องที่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งปกติน้องแล้วน้องจะเป็นเด็กร่าเริง สนุกสนาน พูดคุยเก่ง ชอบร้องเพลง

แต่มาระยะหลังๆพ่อสังเกตเห็นว่าน้องมีหน้าตาที่เศร้าหมองลง มีอยู่วันหนึ่งพ่อได้ถามน้องว่าเป็นอะไร เพราะน้องดูเศร้ามาก ซึ่งน้องได้เล่าให้พ่อฟังว่า น้องถูกเพื่อนที่โรงเรียนทำร้าย โดยเพื่อนมักจะล้อว่าน้องจน ตัวเตี้ยและตัวดำ ซึ่งวันที่พ่อสอบถามน้องนั้นน้องเพิ่งถูกเพื่อนนักเรียนชาย 3 คนรุมทำร้ายด้วยการลากตัวน้องไปครึ่งสนามฟุตบอลแล้วเด็กชายสองคนพากันเหยียบแขนน้องกันคนละข้างส่วนอีกคนเอาเท้าเหยียบหน้าน้อง ซึ่งตอนนั้นมีเพื่อนคนหนึ่งพยายามเข้ามาช่วยน้องแต่ก็โดนเด็กเกเรทั้งสามคนต่อว่าและถ่มน้ำลายใส่หน้า

ซึ่งขณะนั้นน้องได้วิ่งไปหาครูให้ครูช่วย โดยครูได้บอกให้เด็กทั้งสามคนขอโทษน้องและให้สัญญาว่าจะไม่รังแกน้องอีก ซึ่งเมื่อพ่อได้ยินแบบนั้นก็ไลน์ไปถามครูที่โรงเรียน ซึ่งครูก็ตอบกลับมาว่า เด็กเล่นกัน แต่อาจเล่นแรงไปหน่อยโดยครูได้จัดการให้เด็กทั้งสามคนขอโทษน้องเรียบร้อยแล้ว แต่นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เด็กหญิงมักจะมาเล่าให้พ่อกับแม่ฟังเสมอว่าถูกเพื่อนล้อ เพราะที่บ้านจน ซึ่งจนมาวันนี้ที่น้องไปโรงเรียนแล้วอยู่ๆน้องก็ขอครูไปห้องน้ำแต่เพื่อนเห็นว่าน้องไปนานจึงได้ตามไปและไปพบว่าน้องผูกคอตายในห้องน้ำ จึงได้ช่วยกันพาน้องมาส่งที่โรงพยาบาล

ซึ่งจากการสอบถามจากเพื่อนถึงสาเหตุว่าทำไมน้องผูกคอตาย เพื่อนบางคนก็บอกว่าน้องไปแอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่งอีกโรงเรียนหนึ่งซึ่งน้องได้ซื้อตุ๊กตาไปให้รุ่นพี่คนนั้น แต่รุ่นพี่ไม่สนใจไม่รับตุ๊กตาซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้น้องเสียใจและฆ่าตัวตายได้

อย่างไรก็ดีเหตุการณ์นี้ยังไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัด แต่การที่เด็กเล็กๆมีการดูถูกเพื่อนและพากันทำร้ายเพื่อนเพียงเพราะเพื่อนมีฐานะยากจน หรือรูปร่างไม่สวยนั้น ถือว่าตอนนี้เด็กในสังคมไทยกำลังมีปัญหาการเหยียดเพศ การเหยียดผิว และเป็นการดูถูกคน ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองควรจะต้องมีการอบรมสั่งสอนไม่ให้ลูกของตนเองมีนิสัยดูถูกคนแบบนี้เพราะผลเสียที่ตามมาสำหรับเด็กที่โดนดูถูกนั้นใหญ่หลวงมากนัก เราควรมีการปลูกฝังค่านิยมให้ถูกต้องกับเยาวชนเหล่านี้เพื่อที่โตขึ้นมาจะได้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

Continue Reading

ข่าวเตือนกลุ่มนักท่องเที่ยว

ข่าวเตือนกลุ่มนักท่องเที่ยว ไปเที่ยวเขาใหญ่อย่าเอาสุราไปด้วย

                          ได้มีการโพสต์เฟสบุ๊กเตือนจาก ชมรมคนรักสัตว์ – ป่า ว่าเวลาไปเที่ยวที่เขาใหญ่ของดการนำเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์เข้าไปด้วยเพราะเพิ่งมีเหตุการณ์นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเขาใหญ่กำลังกินเบียร์กระป๋องแล้วเกิดปวดฉี่กะทันหัน นักท่องเที่ยวคนนั้น จึงได้วางกระป๋องเบียร์ไว้ท้ายรถ แล้วลงไปฉี่ ซึ่งมีลิงที่เขาใหญ่ผ่านมาตรงนั้นพอดี มันจึงหยิบกระป๋องเบียร์ไปแล้ว นำไปดื่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่ชมรมได้ถ่ายภาพลิงกำลังดื่มเบียร์มาโพสต์ด้วย พร้อมระบุเพิ่มเติมว่าการมาเที่ยวเขาใหญ่กันในครั้งนี้ทางชมรมขอร้องนักท่องเที่ยวทุกท่าน 4 ข้อคือ ไม่ทิ้งขยะ  ไม่ให้อาหารสัตว์ทุกชนิด ไม่ขับรถเร็วและขอให้ไม่ส่งเสียงดัง

     ซึ่งข้อความดังกล่าวกำลังมีการแชร์ต่อกันไปเรื่อยๆ  ซึ่งการแชร์ข่าวสารแบบนี้ถึงว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนควรจะแชร์ส่งต่อๆกันไป เพื่อให้ใครก็ตามที่คิดจะไปพักผ่อนที่เขาใหญ่จะได้ระมัดระวังใน 4 เรื่องดังกล่าว

  1. ไม่ควรส่งเสียงดัง เพราะตอนนี้เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวเขาใหญ่กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งที่เขาใหญ่จะมีสัตว์ป่าอยู่มากมาย หากนักท่องเที่ยวแต่ละคนไปส่งเสียงดังอาจจะทำให้สัตว์ป่าบางตัวตกใจหรือรำคาญและหากมันหงุดหงิดมันอาจมาทำร้ายนักท่องเที่ยวได้ ตัวอย่างเช่น ช้าง ซึ่งบางตัวหากมันอยู่ในช่วงตกมัน  มันมักจะมีอารมณ์รุนแรงหงุดหงิดง่าย และใครก็ตามที่ไปเที่ยว
  2. ไม่ควรขับรถเร็ว เพราะอย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าที่เขาใหญ่จะมีสัตว์ป่าเยอะ และสัตว์ป่าพวกนี้จะคิดว่าที่นี่คือบ้านของเขา ดังนั้นเขาจะเดินไปไหนมาไหนก็ได้ ซึ่งปกติเราจะพบ ช้าง กวาง เดินกลางถนนบ่อยครั้ง ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวขับรถมาด้วยความเร็วอาจจะชนสัตว์ทำให้มันได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้
  3. ไม่ควรทิ้งขยะ  การที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวแล้วนำอาหารมารับประทานด้วยควรมีการจัดเก็บเศษถุงอาหารให้เรียบร้อย เพราะสัตว์ป่าเหล่านี้จะไม่รู้ว่าอะไรกินได้หรือไม่ได้ บางครั้งพวกมันอาจเผลอกลืนถุงพลาสติกลงท้อง ทำให้มันเสียชีวิตได้เช่นกัน
  4. ไม่ควรให้อาหารสัตว์ เพราะสัตว์ป่าควรหาอาหารกินตามวิถีชีวิตของมันหากเราให้อาหารแล้วมันเกิดความเคยชิน มันจะไม่หาอาหารเอง และเมื่อไหร่ก็ตามที่นักท่องเที่ยวไปเที่ยวอาจจะโดนสัตว์เหล่านี้มาแย่งอาหารไปได้ หรือหากคนไม่นิยมเที่ยวเขาใหญ่แล้วสัตว์ที่เคยชินกับคนนำอาหารมาให้อาจอดตายได้เพราะพวกมันจะลืมวิธีหาอาหารกินเอง และที่สำคัญหากอาหารที่เราป้อนสัตว์ไปเกิดมีผลต่อระบบกระเพาะของสัตว์ อาจทำให้สัตว์ตายเหมือนกัน

                 ดังนั้นการไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ตาม ควรจะมีการรักษากฎระเบียนของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนั้นอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียตามมาได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

Continue Reading

ไอ้เคี่ยมออกอาละวาด

     กระทรวงสิ่งแวดล้อมของอินเดียได้ออกกฏหมายการห้ามล่าจระเข้ในธรรมชาติที่มีการระวังโทษสูงสุดถึง 7 ปี ไม่หนำยังสามารถเพาะพันธุ์จระเข้น้ำกร่อย (ไอ้เคี่ยม) และนำไปปล่อยตามแหล่งน้ำธรรมชาติได้อีกด้วย 

     เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บีชนู มอนดัล กับเพื่อนพ้องของเขาที่เป็นคนงานก่อสร้างจากต่างถิ่นได้เข้ามาทำงานเป็นกรรมกรอยู่ในสถานที่ก่อสร้างที่ได้อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

พวกเขาได้พากันเข้าไปพักผ่อนที่ชายหาดวันดอร์บนหมู่เกาะที่อยู่ในทะเลอันดามัน มีผู้เห็นบีชนูกระโดดลงไปดำน้ำเล่นอย่างเย็นใจแล้วหลังจากนั้นเขาก็ไม่กลับขึ้นมาอีกเลยพวกเพื่อนของเขาต่างพากันออกตามหาจนเวลาผ่านไปจนกระทั่งได้ยินเสียงหวีดร้องของผู้คนที่เดินไปพบเห็นอะไรบางอย่างของบีชนูกับเพื่อน

เพื่อนร่วมงานของบีชนูพากันดำน้ำลงไปเพื่อค้นหาร่างของบีชนู ในพื้นที่ที่มีการกั้นตาข่ายไว้เพื่อป้องกันฉลามมารบกวนและห่างออกไปประมาณ 400 ถึง 500 เมตรมีจระเข้ตัวยาวประมาณ 16 ฟุตวนเวียนอยู่ในตาข่ายได้มีผู้วิ่งไปแจ้งท่งหน่วยกู้ภัยในทะเลที่คอยเฝ้าดูความปลอดภัยให้สำหรับคนที่ได้ลงไปเล่นน้ำทะเล

 

จากนั้นทางหน่วยกู้ภัยได้ตอบว่าตนเองได้รู้แค่การช่วยชีวิตสำหรับผู้ที่จะจมน้ำตายในทะเลแต่ไม่มีความรู้ด้านการเกี่ยวกับจระเข้หรือไม่สามารถช่วยชีวิตผู้ที่ถูกจระเข้กัดกินได้ 

     ร้อยเวรโรงพักเจ้าของท้องที่บอกกับผู้ไปแจ้งความว่าพวกเราถูกฝึกมาให้ต่อสู้เผชิญหน้ากับพวกเหล้าอาชญากรรมทั่วไปบนโลกแต่ไม่ใช่ล่าสัตว์ร้ายในทะเลเจ้าหน้าที่จึงให้พวกเพื่อนของบีชนูได้ลงบันทึกประจำวันเอาไว้ก่อน เหตุการณ์นี้ได้ร้อนไปถึงหน่วยกู้ภัยและจับสัตว์ร้าย

ทางหน่วยกู้ภัยได้นำเรือกู้ภัยออกจากสถานนีที่พอร์ตแบลร์ได้ใช้ฉมวกปักหลังจระเข้และลากมันขึ้นมาเพื่อนำไปส่งให้ยังสถานที่ๆเพาะเลี้ยงจระเข้ในโลฮาบารัคดูแล หน่วยล่าสัตว์จากกรมประมงกระทรวงเกษตรได้ส่งเจ้าหน้าที่หน่วยล่าจระเข้ออกไปวางกับดักจระเข้ตามตลอดแนวในชายหาดวันดอร์

พวกเขาสามารถล่อจระเข้น้ำกร่อยมาถึง 5 ตัวและได้ติดเครื่องติดตามคอยเฝ้าระวังที่ตัวจระเข้ก่อนนำไปปล่อยในจุดที่ห่างจากชายหาดวันดอร์ และหวังว่ามันจะไม่กลับมาอีก

Continue Reading