เช็คดวงประจำปี ชาวราศี ธนู ( 16 ธันวาคม  – 13 มกราคม  )

                              

           สำหรับไพ่ประจำตัวของชาวราศีธนู ในปี 2563 นี้คือ  The High Priestess  สำหรับชาวราศีธนูในปีนี้จะเป็นเป็นที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านการกระทำและความคิด จากเดิมที่เป็นคนหน้าใหญ่ ใจใหญ่ก็จะลดลง มีการไตร่ตรองก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไปมากขึ้น คุณจะเริ่มให้ความสำคัญกับตัวเองมากขึ้นจากเดิมที่ต้องคอยตามใจคนอื่น เป็นปีที่คุณต้องใช้พลังความสามารถในการเลือก การตัดสินใจ 

         สำหรับเรื่องของงการเงิน ของชาวราศีธนู นั้นจับได้ไพ่  Five of Pentacles ปีนี้คุณจะมีความจำเป็นในการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องจากเดิมที่ไม่ค่อยสนใจเกี่ยวกับเรื่องของเงินๆทองๆ ก็จะมีเรื่องมาให้คุณคิดเกี่ยวกับการเงินจนได้ คุณจะมีรายจ่ายที่ต้องจ่ายมากกว่ารายรับทำให้คุณยังไม่สามารถมีเงินเก็บได้ ปีนี้เรื่องการเงินยังส่งผลกับคุณมาก ดังนั้นคุณจะต้องมีการวางผลให้รอบคอบกับการแก้ไขปัญหาเรื่องการเงินของคุณ  คุณจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองเรื่องการใช้จ่ายเงินเพราะปัญหาที่คุณได้รับทำให้คุณจะมีเงินเก็บในภายหลัง แต่อาจจะยังไม่ใช่ในปีนี้ 

       สำหรับเรื่องของการงาน  จับได้ไพ่ Ten of Wands เกี่ยวกับงานของชาวราศีธนูนั้น ยังมีงานเข้ามามากมาย จนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนกันเลยทีเดียว ดังนั้นคุณควรดูแลสุขภาพร่างกายของคุณให้พร้อมสำหรับงานหนักที่จะเข้ามาในช่วงนี้ ระหว่างเป็นโรคออฟฟิตซินโดรม เพราะการโหมทำงานหนักของคุณเอง อย่าปล่อยให้อ้วนมากเกินไปเพราะจะทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาอีกมากมายได้ ในเมื่อมีงานเข้ามาเยอะ ชาวราศีธนูจึงไม่ต้องกลัวว่าจะตกงาน 

        สำหรับเรื่องของความรัก จับได้ไพ่ Ace of Cups ในปีนี้คุณ กำลัง จะได้พบกับรักครั้งใหม่ แรงบันดาลใจใหม่ได้เริ่มต้นกับคนใหม่ นอกจากความสัมพันธ์ด้านแฟนแล้วคุณยังจะได้เพื่อนใหม่ๆเข้ามาในชีวิตอีกด้วย 

        สำหรับเรื่องที่ควรระวัง คือชาวราศีธนูควรระวังเรื่องปัญหาสุขภาพมากๆ เพื่อการพักผ่อนไม่เพียงพอ ระวังเรื่องอุบัติเหตุเล็กๆน้อยที่จะเกิดขึ้นจากการงานหนัก อย่าทำงานหนักจนเกินไป ระวังเรื่องของการใช้จ่ายเงินเกินตัว 

         สำหรับการแนะนำให้กับชาวราศีธนูนั้น  แนะนำให้รู้จักปล่อยวาง ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลง รู้จักการใช้ชีวิต อย่ายึดติดกับอะไร ควรหมั่นทำบุญให้จิตใจมีความสงบ อย่ามัวแต่ห่วงคนอื่น รักตัวเองให้มาก เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจให้ค่อยๆคิดค่อยๆแก้ไขปัญหา จะมีคนมาคอยวุ้นวายให้คุณมีทั้งสุขและทุกข์ ควรหลีกเลี่ยงการเสี่ยงโชค เพราะคุณ ไม่มีดวงทางด้านนี้ หาเงินด้วยตนเองจะดีที่สุด 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า Ufabet168

Continue Reading

การพักผิวหน้าคืออะไร ?

การพักผิวหน้านั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ผิวหน้าของเราที่ถูกทำร้ายจากการใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเป็นส่วนผสมต่าง ๆได้พักผ่อน การพักหน้านั้นจะช่วยทำให้ผิวของเราได้ฟื้นฟูตัวเอง โดยการหยุดใช้เครื่องสำอางทุกชนิดในการแต่งหน้า หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเป็นส่วนผสม และเราจะเห็นได้ถึงผลลัพธ์หลังจากการพักผิวหน้าว่าผิวหน้าของเราดูสดใสขึ้น

การใช้เครื่องสำอางในทุก ๆวันเป็นระยะเวลานาน ๆจะทำให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรกบนใบหน้า และกลายเป็นสิวอุดตัน ถึงแม้ว่าเราจะล้างเครื่องสำอางออกอย่างหมดจดแค่ไหน ถึงอย่างไรก็ยังคงต้องมีสิ่งที่ตกค้างยู่ และการดูดซึมเข้าไปในผิวของเครื่องสำอางในระหว่างวันก็เป็นการทำร้ายผิวหน้าเช่นกัน ดังนั้นหากเรางดการใช้เครื่องสำอางเป็นระยะเวลา 4-7 วัน จะช่วยทำให้ผิวหน้าของเราขจัดสิ่งตกค้างของเครื่องสำอางออกได้อย่างหมดจด และผิวหน้าก็จะดูกระจ่างใสขึ้นนั่นเอง

การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีต่าง ๆบนผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นครีมที่ใช้หรือการทำทรีทเม้นท์บนผิวหน้าต่าง ๆล้วนแต่เกิดการสะสมของสารเคมีบนใบหน้า ในระยะแรกอาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าพอใจ แต่หากเราไม่มีการพักผิวหน้าจากสารเคมีบ้าง จะทำให้เกิดผลกระทบในระยะยาว เช่น อาจเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำจากการตกค้างของสารเคมีได้

การพักหน้าทำได้ง่าย ๆโดยการหยุดการใช้เครื่องสำอางในการแต่งหน้า และผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีทุกชนิด ในการล้างหน้าใช้เพียงแค่โฟมล้างหน้าที่ใช้เป็นประจำทุกวันก็เพียงพอแล้ว และก่อนออกจากบ้านก็ใช้เป็นครีมกันแดดสูตรบางเบา เพื่อป้องกันรังสี UV จากแสงแดดไม่ให้ทำร้ายผิวหน้ามากจนเกินไปเพียงเท่านี้ก็เป็นการพักผิวหน้าแล้ว หรือหากอยากมีการบำรุงผิวหน้าในขณะการพักผิวหน้าก็อาจเลือกใช้เป็นสมุนไพรที่มาจากธรรมชาติในการบำรุง อาทิ เช่น น้ำผึ้ง มะนาว มะเขือเทศ แตงกวา ฯลฯ เป็นต้น ก็สามารถทำได้ในขณะการพักผิวหน้า เพราะสมุนไพรที่มาจากธรรมชาติจะไม่ทิ้งสิ่งตกค้าง และผลข้างเคียงใด ๆกับผิวหน้าอย่างแน่นอน และยังปลอดภัย เกิดอาการแพ้ได้ยากอีกด้วย สามารถใช้ได้ในทุกสภาพผิวไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีผิวมัน ผิวแห้ง ผิวธรรมดา และผิวผสม ส่วนแป้งที่ใช้ในการทาเพื่อให้ผิวหน้าลื่นไม่เหนียวเหนอะหนะนั้นควรเป็นแป้งฝุ่นที่ใช้สำหรับเด็กจะดีที่สุด เพราะไม่ก่อให้เกิดสารตกค้าง และสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขน และควรหลีกเลี่ยงการใช้แป้งตลับในการทาผิวหน้าในช่วงของการพักหน้า

หลังจากการพักผิวหน้า 4-7 วันแล้วจะเห็นได้ถึงผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อแต่งหน้าจะรู้สึกได้ทันทีว่าเครื่องสำอางนั้นติดทนบนใบหน้าได้ง่ายกว่าปกติ และใบหน้ายังดูมีความกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ที่สำคัญก็คือสิวต่าง ๆยังลดลงอีกด้วย ควรมีการพักผิวหน้าเป็นประจำเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อผิวหน้าที่ดีของเรา

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Sexy Gaming

Continue Reading

กลิ่นสตอเบอร์รี่ หนึ่งในกลิ่นน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ายอดนิยม

อีกแล้วกับกลิ่นอันเป็นดั่งผลไม้ประจำชาติ ที่ต้องมีในทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะของใช้ ของกิน และก็ไม่พ้นกับของสูบอย่างบารากุหรือ บุหรี่ไฟฟ้า แบบนี้ ก็คงไม่รอดเช่นกัน น่าจะเป็นกลิ่นผลไม้กลิ่นแรกที่ทำขึ้นมาเลยล่ะ แล้วก็มีหลายยี่ห้ออยู่นะที่ทำน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ากลิ่นนี้

แต่ก็เป็นอย่างที่รู้กันดีสำหรับกลิ่นนี้ เป็นกลิ่นน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีความเป็นผู้หญิงอย่างมาก มันเป็นค่านิยมมาตั้งแต่ไหนแต่ไรล่ะ แบบว่าอะไรก็ตามที่เป็นสตอเบอรร์รี่ ก็จะเป็นอะไรที่เหมาะกับผู้หญิงอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ที่ผมยังเด็ก ไม่ว่าจะเป็นขนม อาหาร น้ำ ลูกอม ไอซกรีม ก็จะเป็นอะไรที่ผู้หญิงเลือกอยู่เสมอ แม้แต่ผู้ชายอย่างเราๆก็ยังไม่ชอบเลือกกลิ่นนี้เลย

เอาที่ชัดๆเลยก็ เสื้อผ้าหรือผ้าเช็ดหน้าอะไรก็แล้ว แม้แต่ตัวการ์ตูน ที่มีลายหรือคาแรคเตอร์เป็นสตอเบอร์รี่ ก็จะเป็นของผู้หญิงเสมอ เอาจริงๆนะไม่เคยเห็นของใช้ท่านชายเป็นรูปสตอเบอร์รี่เลย ดังนั้นแล้วไม่แปลกที่น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านี้จะเป็นกลิ่นผลไม้ที่ขายดีที่สุดของเหล่าสาวๆนักดูดแล้วล่ะ

ผมเคยได้ลองของเพื่อนที่เป็นผู้หญิงอยู่เหมือนกัน ซึ่งกลิ่นก็โอเครนะ ต่างจากเชอร์รี่ที่กลิ่นนี่แหละ แต่รสชาติค่อนข้างจะคล้ายๆกัน ที่มีรสหวานอมเปรี้ยวนั้นเอง ผมก็ต้องบอกเลยว่า ไม่ถูกปากเหมือนกัน น่าจะเพราะความที่มันเป็นหวานแบบเบอร์รี่ๆแบบนี้ ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ แต่ก็ยังดีกว่ากลิ่นยาแก้ไออย่างเชอรี่นะ แต่น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าตัวนี้ก็ขายดีอย่างเสียไม่ได้จริงๆ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นของท่านชาย แต่เหล่าสาวๆทั่วโลกก็ให้ความสำคัญกับกลิ่นนี้มากๆ ทำให้หลายๆยี่ห้อที่ทำกลิ่นผลไม้ ก็ต้องมีกลิ่นนี้มาด้วยเช่นกัน แต่ด้วยความที่เป็นกลิ่นกลุ่มตลาดเพียงสาวๆ นั้นก็ทำให้กลิ่นนี้อาจจะไม่ได้ทำในทุกๆแบรนด์ ก็คงมีให้เลือกที่มีอยู่ในไทยที่ขายอยู่ไม่กี่ยี่ห้อก็ตาม

ไม่ใช่ว่าเป็นน้ำยากลิ่นผู้หญิงแล้วเหล่าผู้ชายจะใช้ไม่ได้ หรือจะไม่ถูกปากทุกคนไปขนาดนั้นหรอกนะ ก็ลองหามาใช้กันดูจะได้รู้ได้ว่าตัวเองจะชอบหรอไม่ชอบอะไรยังไง แต่ถึงอย่างนั้นน้ำยานี้ก็ยังมีความเป็น สตอเบอร์รี่สูงมากๆ อาจจะทำให้ผู้ชายบางท่านรู้สึกว่ามันไม่เหมาะกับความเป็นชายนี้นะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำยากลิ่นอะไร จริงๆแล้วไม่มีเหมาะหรือไม่เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใครทั้งนั้นแหละ

Continue Reading

City Hall ช็อปปิ้งมอลล์สุดเอกซ์คลูซีฟ

RAFFLE HOTEL ARCADE ช็อปปิ้งมอลล์สุดเอกซ์คลูซีฟ ภายในอาคารอนุรักษ์สีขาวแห่งนี้เป็นที่ตั้งของแบรนด์ดังและร้านอาหารมากมายเลย มาได้ง่ายๆ แค่ลงสถานี Esplande ทางออก F เปิดทุกวัน 10.00 ถึง 19.00

 เรามาพูดถึงร้าน Raffles Hotel Gifts Shop เป็นร้านขายของที่ระลึกของโรงแรมระดับตำนาน Raffles Hotel สินค้าหลายชิ้นดูน่าใช้และซื้อหามาสะสม โดยมีไฮไลต์เป็นนาฬิกา Jaeger-Le Coultre รุ่นที่ออกแบบสำหรับฉลองครบรอบ 125 ปีของโรงแรม สินค้าอื่นๆที่น่าสนใจยังมีกระเป๋าผ้าและกระเป๋าถือที่ได้บาร์บารา ริห์ล Barbara Rihi ดีไซเนอร์กระเป๋าชื่อดังจากปารีสมาช่วยออกแบบให้อีกด้วย ถ้าไม่ใช่ Raffles Hotel คงไม่สามารถผลิตสินค้าเก๋ได้ถึงเพียงนี้แน่นอน ที่นี่ก็เปิดทุกวันตามเวลาร้านอาหารที่โรงแรมเลย 10.00 ถึงทุ่มนึง

Front Row เป็นร้านขายสินค้าแฟชั่นรวมแบรนด์ร้านนี้เป็นที่รู้จักกันดีของแฟชั่นนิสต้าสิงคโปร์ เจ้าของร้านเป็นลูกครึ่งไทยกับสิงคโปร์ เธอเลยนำเข้าหลายแบรนด์ดังจากบ้านเรา เช่น Fly Now และ Ek Thongprasert ถึงแม้ในวันนี้จะมีหลายร้านขายสินค้ารูปแบบใกล้เคียงกัน แต่ Front Row ก็ยังเป็นแถวหน้าของแฟชั่นนิสต้าสิงคโปร์สมชื่อ ร้านนี้จะเปิดทุกวันตอนเที่ยงถึงสองทุ่มนะจ่ะ

Sunny Hills เป็นร้านเค้กสับปะรดที่อร่อยระดับโลกเลย เราเห็นโปสเตอร์ของร้านติดอยู่ที่ชั้นล่างจึงสาวเท้าขึ้นไปทันที Sunny Hills เป็นแบรนด์ดังจากไต้หวันและเปิดเพียงสาขาเดียวในสิงคโปร์ เป็นขนมที่ชาตินี้ต้องลองกินสักครั้ง ถึงแม้ว่าสำหรับคนไทยคงเหมือนขนมปี๊บ แต่เกรดมันต่างกันมากๆ ภายในร้านขายสินค้าสามอย่าง ได้แก่ เค้กสับปะรด น้ำสับปะรด และชาอูหลงร้าน

ลูกค้าหลายคนจึงแอบหนีความวุ่นวายมานั่งจิบชาละเลียดเค้กสับปะรดของที่นี่ ช่วงเทศกาลจะขายดิบจายดีมากๆ กล่องละ 15-50 เหรียญ เก็บไว้ได้นานถึงสองสับปะดาห์เลย แต่ก็แต่นำให้กินเร็วๆ จะได้ไม่เสียรสชาติ ร้านนี้ในวันอังคารถึงเสาร์จะเปิดเวลา 11.00 ถึงสองทุ่ม แต่วันอาทิตย์กับจันทร์นั้นจะเปิดถึงแค่หกโมงเย็นเท่านั้น เป็นการเปิดปิดที่แปลกๆหน่อย 

 

Continue Reading