พัฒนาสมองด้วยศิลปะ

     ศิลปะที่เรารู้จักกันในความหมายทั่วไปในก็คือสิ่งที่มนุษย์นั้นได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อสื่อออกมาซึ่งอารมณ์ความรู้สึกทางปัญญาและความคิดรวมไปถึงความงาม ซึ่งหลายคนก็อาจจะทราบกันบ้างแล้วว่าศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่ช่วยขัดเกลาให้จิตใจมนุษย์เกิดความจรรโลงได้ โดยสามารถที่จะช่วยให้มนุษย์อย่างเรานั้นมีจิตใจที่อ่อนโยนและสงบมากขึ้น

 

สำหรับศิลปะบางแขนงนั้นยังสามารถที่จะช่วยในเกิดการเยียวยาด้านความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับมนุษย์

ทั้งการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับร่างกาย และการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับจิตใจ โดยที่ประโยชน์ของศิลปะที่เราทุกคนทราบกันนั้นยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะนอกจากหน้าที่ของศิลปะที่เรารู้จักกันว่าช่วยในการสร้างความสุนทรียะ หรือช่วยในการขัดเกลาจิตใจ และรักษาอาการเจ็บป่วยทางร่างกายและจิตใจได้แล้วนั้น เมื่อเร็วนี้เองยังมีการค้นพบว่าศิลปะสามารถที่จะช่วยในการพัฒนาสมองได้อีกด้วย

การใช้ศิลปะช่วยในการพัฒนาสมองนั้นมาจากข้อมูลทางการศึกษาของนักประสาทวิทยาที่ค้นพบ

มนุษย์มีความฉลาดเป็นผลมาจากการที่เซลล์สมองของเรานั้นสามารถที่จะเชื่อมต่อกันจนเกิดเป็นวงจรประสาทและเมื่อเซลล์ประสาทเหล่านี้มีการเชื่อมต่อกันจนและสามารถที่จะจัดระเบียบได้ดีก็จะยิ่งส่งผลให้มีประสิทธิภาพและเป็นผลให้การทำงานของระบบสมองดีมากขึ้นด้วย กล่าวก็คือการที่เป็นเช่นนั้นมีส่วนช่วยให้มนุษย์มีความฉลาดขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้เซลล์สมองเกิดการเชื่อมต่อกันจนเกิดเป็นวงจรที่มีความสมบูรณ์ เป็นผลที่มาจากเกิดการกระตุ้นการใช้ระบบประสาทสัมผัสในส่วนต่างๆขึ้นนั่นเอง

จึงเป็นที่มาของการส่งเสริมให้เด็กๆนั้น ได้เรียนรู้ใช้เวลากับศิลปะอย่างการวาดรูประบายสี ฉีกกระดาษเพื่อตัดปะ เพราะจะช่วยให้สมองซีกขวาของเด็กๆนั้นได้เกิดการกระตุ้นให้เกิดการทำงานในสมองนั้นเอง เด็กๆจะได้ใช้กระบวนการคิดว่าจะวาดรูปอะไรใช้สีไหนในการระบายก็ล้วนที่จะเป็นการบริหารการทำงานของสมองทั้งนั้น นอกจากนี้แล้วกิจกรรมทางศิลปะที่เด็กได้ลงมือทำนั้นถือว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กได้ดี อีกทั้งยังสามารถที่จะเชื่อมโยงให้เกิดพัฒนาการของอวัยวะในหลายๆส่วน

และนั่นเป็นสามเหตุที่ทำให้เกิดเป็นจุดเชื่อมต่อของเส้นใยประสาทที่ต่อมาสามารถที่จะพัฒนาไปสู่การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่หลากหลายได้ในอนาคต และจะช่วยส่งผลดีทำให้เด็กๆนั้นเป็นคนที่สามารถที่จะเรียนรู้ในหลากหลายทักษะต่อไปได้ ศิลปะถือว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนที่สร้างสรรค์ผลงานศิลป์ขึ้นมานั้นเกิดเป็นความภาคภูมิใจต่อตัวเองซึ่งการที่เด็กๆได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะขึ้นมานั้น

เมื่อเรามอบคำชื่นชมให้กับเด็กเขาก็จะเกิดความรู้ภาคภูมิใจในตัวเอง และจะช่วยทำให้วงจรสมองของเด็กในส่วนที่มีความเกี่ยวข้องในการมองตนเองจะมีการยอมรับในตัวเองและในตัวผู้อื่นมากขึ้นนั่นเอง

            อย่างไรก็ตามในทุกๆสังคมต่างต้องการคนที่มีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการที่สามารถที่จะถ่ายทอดเอาความรู้สึกนึกคิดของตนเอง แสดงออกมาในรูปแบบที่เป็นคำพูด และในเชิงสัญลักษณ์ของศิลปะได้ดีในระดับที่ยอมรับได้ และที่สำคัญที่สุดคือเราต้องการคนที่เคารพในตนเองและผู้อื่น เพื่อให้เกิดเป็นความน่าอยู่ของสังคมนี้ 

 

สนับสนุนโดย แทงมวยสด

Continue Reading

ประเพณีรำผีฟ้า

 ประเพณีการรำผีฟ้าเป็นประเพณีที่เก่าแก่ของทางภาคอีสาน

ที่ทำสืบทอดกันมาเป็นเวลาอย่างยาวนาน แม้จะไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ว่าพิธีกรรมนี้ก็ยังคงถูกส่งต่อมายังรุ่นลูกรุ่นหลานในปัจจุบัน ในอดีตก่อนที่ผู้คนจะได้นับถือศาสนานั้น การนับถือผีบรรพรุษการนับป่า นับถือสิ่งลี้ลับยังเป็นสิ่งที่ผู้คนที่เข้าไม่ถึงศาสนายังนับถืออยู่ เนื่องด้วยเพราะสมัยก่อนคนเรายังไม่ได้รับการสื่อสารที่มากพอ ฉะนั้นการนับถือเฉพาะกลุ่มเฉพาะเผ่าชาติพันธุ์

ดังนั้นการนับถือของผู้คนจึงมีความหลากหลายและมีพิธีกรรมซึ่งแตกต่างกันไปตามแล้วแต่ลักษณะของเผ่านั้นๆ ผีฟ้าหรือเรียกอีกอย่างว่า ผีแถน นั้นเป็นความเชื่อว่าผีเหล่านี้เป็นเทวดาที่คอยปกปักรักษาผู้คนในหมู่บ้านในเผ่าของตนเองอยู่ แต่ว่าผีฟ้านั้นจะอยู่ในระดับที่สูงกว่าผีชนิดอื่นๆ หรือเรียกได้ว่าเป็นเทพเทวดาก็ว่าได้ แถนที่ใหญ่ที่นั่นก็คือ แถนหลวง หรือก็คือพระอินทร์นั่นเอง เพียงแต่เรียกต่างกันตามความเชื่อที่แตกต่างกัน

เชื่อกันว่าผีแถนนั้นหรือผีฟ้า เป็นผู้ที่คอยปกปักรักษาและคอยกำจัดโรคภัยและดับทุกข์เข็ญต่างๆ

ให้กับผู้คนได้ โดยผู้ที่ทำพิธีนั้นจะเป็นผู้หญิงที่มีอายุ หรือบางที่ก็เป็นหญิงสาวแล้วแต่ความเชื่อของแต่ล่ะท้องถิ่น  แต่ว่าผีฟ้านั้นสามารถสิงได้ทั้ง ผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก คนแก่ แล้วแต่ว่าท้องถิ่นนั้นจะเชื่อแบบใด

โดยพิธีกรรมนั้นจะทำคู่กันกับ หมอแคน หรือ เรียกอีกอย่างว่าหมอม้า แต่จะต้องเป็นหมอแคนที่มีประสบการณ์ในการเป่าแคนมาพอสมควร เพราะว่าพิธีกรรมค่อนข้างที่จะต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร หากเป็นหมอแคนที่ไม่ได้มีประสบการณ์แล้วอาจจะทำให้หมดลมจนเป็นลมได้ เพราะว่าการเป่าแคนจะต้องใช้พลังในการเป่าลมเป็นอย่างมาก หากไม่อยากที่จะเพิ่มคนป่วยก็จึงควรที่จะหาหมอแคนที่มีประสบการณ์มากๆเอาไว้ 

พิธีการรำผีฟ้านั้นเป็นรำเพื่อรักษาอาการและโรคต่างๆ

ให้หายโดยที่ผู้ป่วยสามารถลุกขึ้นมาฟ้อนรำกับผีฟ้าได้ หรือว่าจะดูเพียงอย่างเดียวก็ได้แล้วแต่ความต้องการของผู้ป่วยเพราะถ้าหากไม่ต้องการ ครูบาก็จะทำหน้าที่โดยการเอาเครื่องคายไปวางไว้บนหิ้ง หลังจากนั้นก็จะมาร่วมกินอาหารกัน  ชาวอีสานเชื่อกันว่าผีฟ้านั้นสามารถกำหนดการเกิดและการตายของมนุษย์ได้ เพราะการที่มนุษย์ตายไปนั้นเป็นเพียงแค่วิญญาณจะออกจากร่างเพื่อไปพบกับบรรพชน

แต่ขวัญนั้นจะไม่แตกดับเหมือนกับร่างกาย เป็นเพียงแค่จากลาจากร่างกายเท่านั้น แต่ดวงวิญาณก็จะยังคงอยู่กับผู้ที่มีชีวิต 

การรำผีฟ้านั้นเป็นเพียงการเพิ่มกำลังใจให้ผู้ป่วยเพื่อที่จะได้มีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคภัยต่างๆ

ช่วยทำให้ร่างกายและจิตใจปลอดโปร่งไร้ความกังวล สร้างจิตสำนึกที่ดีและให้ลำลึกถึงความกตัญญูที่มีต่อบรรพบุรุษ เป็นคตินิยมที่คอยสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย ดังนั้นพิธีกรรมเหล่าจึงได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ให้กลัวต่อความเป็นความตาย เพราะไม่ว่าอย่างไรเราก็จะยังได้อยู่กับบรรพบุรุษและคนในครอบครัว แม้พิธีกรรมรำผีฟ้าจะไม่เป็นที่นิยมแล้ว

เพราะในสมัยนี้มีแพทย์ และหลักการทางวิทยาศาสตร์มารองรับเหตุผลการเจ็บไข้ได้ป่วยของคนแล้ว แต่ว่าก็ยังมีบางส่วนที่ยังคงสืบสานในประเพณีและวัฒนธรรมนี้เอาไว้  แม้จะไม่ได้มีพิธีกรรมนี้เอาไว้เพื่อรักษาแต่ว่าก็สืบสานเอาไว้เป็นศิลปะการแสดงแทน เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้แล้วเข้าใจวิถีชีวิตของบรรพชน

 

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจากเว็บ แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

Continue Reading

ไอ้เคี่ยมออกอาละวาด

     กระทรวงสิ่งแวดล้อมของอินเดียได้ออกกฏหมายการห้ามล่าจระเข้ในธรรมชาติที่มีการระวังโทษสูงสุดถึง 7 ปี ไม่หนำยังสามารถเพาะพันธุ์จระเข้น้ำกร่อย (ไอ้เคี่ยม) และนำไปปล่อยตามแหล่งน้ำธรรมชาติได้อีกด้วย 

     เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บีชนู มอนดัล กับเพื่อนพ้องของเขาที่เป็นคนงานก่อสร้างจากต่างถิ่นได้เข้ามาทำงานเป็นกรรมกรอยู่ในสถานที่ก่อสร้างที่ได้อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

พวกเขาได้พากันเข้าไปพักผ่อนที่ชายหาดวันดอร์บนหมู่เกาะที่อยู่ในทะเลอันดามัน มีผู้เห็นบีชนูกระโดดลงไปดำน้ำเล่นอย่างเย็นใจแล้วหลังจากนั้นเขาก็ไม่กลับขึ้นมาอีกเลยพวกเพื่อนของเขาต่างพากันออกตามหาจนเวลาผ่านไปจนกระทั่งได้ยินเสียงหวีดร้องของผู้คนที่เดินไปพบเห็นอะไรบางอย่างของบีชนูกับเพื่อน

เพื่อนร่วมงานของบีชนูพากันดำน้ำลงไปเพื่อค้นหาร่างของบีชนู ในพื้นที่ที่มีการกั้นตาข่ายไว้เพื่อป้องกันฉลามมารบกวนและห่างออกไปประมาณ 400 ถึง 500 เมตรมีจระเข้ตัวยาวประมาณ 16 ฟุตวนเวียนอยู่ในตาข่ายได้มีผู้วิ่งไปแจ้งท่งหน่วยกู้ภัยในทะเลที่คอยเฝ้าดูความปลอดภัยให้สำหรับคนที่ได้ลงไปเล่นน้ำทะเล

 

จากนั้นทางหน่วยกู้ภัยได้ตอบว่าตนเองได้รู้แค่การช่วยชีวิตสำหรับผู้ที่จะจมน้ำตายในทะเลแต่ไม่มีความรู้ด้านการเกี่ยวกับจระเข้หรือไม่สามารถช่วยชีวิตผู้ที่ถูกจระเข้กัดกินได้ 

     ร้อยเวรโรงพักเจ้าของท้องที่บอกกับผู้ไปแจ้งความว่าพวกเราถูกฝึกมาให้ต่อสู้เผชิญหน้ากับพวกเหล้าอาชญากรรมทั่วไปบนโลกแต่ไม่ใช่ล่าสัตว์ร้ายในทะเลเจ้าหน้าที่จึงให้พวกเพื่อนของบีชนูได้ลงบันทึกประจำวันเอาไว้ก่อน เหตุการณ์นี้ได้ร้อนไปถึงหน่วยกู้ภัยและจับสัตว์ร้าย

ทางหน่วยกู้ภัยได้นำเรือกู้ภัยออกจากสถานนีที่พอร์ตแบลร์ได้ใช้ฉมวกปักหลังจระเข้และลากมันขึ้นมาเพื่อนำไปส่งให้ยังสถานที่ๆเพาะเลี้ยงจระเข้ในโลฮาบารัคดูแล หน่วยล่าสัตว์จากกรมประมงกระทรวงเกษตรได้ส่งเจ้าหน้าที่หน่วยล่าจระเข้ออกไปวางกับดักจระเข้ตามตลอดแนวในชายหาดวันดอร์

พวกเขาสามารถล่อจระเข้น้ำกร่อยมาถึง 5 ตัวและได้ติดเครื่องติดตามคอยเฝ้าระวังที่ตัวจระเข้ก่อนนำไปปล่อยในจุดที่ห่างจากชายหาดวันดอร์ และหวังว่ามันจะไม่กลับมาอีก

Continue Reading

ดารานักแสดงชายซีรีส์เกาหลีที่ค่าตัวแพงที่สุด

   ว่าด้วยอันดับ ดาราเกาหลีที่มีชื่อเสียงและสามารถทำเงินได้หลานล้านบาทต่อการแสดงหนังซี่รี่ย์ โดยจัดอันดับคราวๆมารวมกันไว้นะที่นี้ ว่ามีใครกันบ้าง หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี เพราะหนุ่มสาวพวกนี้มีผลงานออกมามากมายจริงๆ  โดยที่ อาจติดอันดับดาราทำเงินเยอะมากที่สุดเลยก็ว่าได้

อันดับ 1  คิมซูฮยอน ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 2,600,000 ล้านบาทต่อซีรีส์ 1 ตอน

      คิมซูฮยอนหนุ่มซุปเปอร์สตาร์ของเกาหลี อายุ 31 ปี ได้ประสบความสำเร็จจากการเล่นซีรีส์มากมาย ที่ดังๆ เช่น You Who come from the star ในปี 2014 เล่นเป็นพระเอกประกบกับดารานักแสดงหญิงคนดัง จอนจีฮยอน กระแสตอบรับดีมากๆ  แต่ก่อนสมัยเด็กคิมซูฮยอนเป็นเด็กหนุ่มขี้อาย ชอบเก็บตัว แต่แม่ของเค้าได้ส่งเค้าเข้าเรียนคลาสการแสดงเพื่อนปรับปรุงบุคลิกภาพให้ดีขึ้น จนมาเป็นคิมซูฮยอยพระเอกซุปเปอร์สตาร์ของเกาหลีจวบจนทุกวันนี้

อันดับ 2 ฮยอนบิน    ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 2,500,000 ล้านบาทต่อซีรีส์ 1 ตอน

      ฮยอนบินหนุ่มมาดเข้ม ได้กำเนิดและเติบโตในกรุงโซล อายุ 37 ปี ล่าสุดกับผลงานซีรีส์เรื่อง Emergency of landing , Memories of the Alhambra และอีกหลายๆเรื่องที่โด่งดังเช่นกัน

อันดับ 3  โจอินซอง ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 2,200,000 ล้านบาทต่อซีรีส์ 1 ตอน

      โจอินซองฉายุหนุ่มหล่ออมตะ อายุ 38 ปี จบการศึกษาจากคณะการแสดง ได้เริ่มอาชีพจากการเป็นนายแบบก่อน แล้วมีผลงานมาจนได้แสดงละครเรื่องแรก เรื่อง school 3 

อันดับ 4 โซจีซบ   ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 2,200,000 ล้านบาทต่อซีรีส์ 1 ตอน 

       โซจีซบพระเอกหนุ่มที่ดูแสนอบอุ่น โรแมนติก ที่มีอายุ 42 ปี แต่ยังดูเป็นหนุ่มหล่อครองใจสาวหลายๆคนอยู่ ความฝันของเค้าตอนแรกคือเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ เค้าได้ทำตามความฝันสำเร็จจนเป็นนักหีฬาระดับประเทศ จนตอนหลังได้มาเป็นครูสอนว่ายน้ำ จนมีแมวมองไปสะดุดตาความหล่อเข้า จึงได้ชักชวนให้เค้าเข้าวงการนับตั้งแต่นั้นมา ผลงานล่าสุดของเค้าคือ Terius behind me 

Continue Reading

เยลลี่กัญชา น่าตาน่ากินแต่ฤทธิ์ร้ายแรง

         จากกรณีที่มีข่าวว่ามีนักศึกษางานออกมาโพสต์ระบุว่าตัวเองและรุ่นพี่ที่ทำงานได้ไปทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแล้วไปเจอกับดาราชาย จึงมีการนั่งทานข่าวร่วมกันแล้วดาราชายก็ยื่นเยลลี่ให้กิน บอกว่ามาจากต่างประเทศ แต่หลังจากทานเยลลี่เข้าไปแล้วนั้น นักศึกษาฝึกงานมีอาการใจสั่น หายใจไม่ออก มีเหงื่อออกมาก จนต้องส่งโรงพยาบาล และพบว่าได้กินเยลลี่ผสมกัญชาเข้าไป 

          จากข่าวนี้มีหลายคนสงสัยว่า ตัวเยลลี่กัญชามีจริงหรือเปล่า แล้วในไทยนำเข้ามากินได้ด้วยเหรอ แล้วถ้ากินมันจะอร่อยเหมือนเยลลี่ธรรมดาหรือเปล่า   แล้วเมื่อกินเข้าไปแล้ว อาการเป็นอย่างไร อันตรายมากไหม วันนี้เรามาหาคำตอบเหล่านี้กันค่ะ 

            ตามที่ได้ติดตามข่าวจากสำนักข่าวต่างๆ ตอนนี้มีการเตือนมาจากคุณหมอหลายท่าน หรือแม้แต่กรมการแพทย์เองว่า  เยลลี่กัญชา เป็นสิ่งผิดกฎหมายของไทย และยังไม่มีการับรองจากองค์การอนามัยอาหารและยา ถึงแม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยจะมีการอนุมัติให้สามารถนำกัญชามาใช้วงการแพทย์ได้แล้วแต่ถ้าจะนำกัญชามาเป็นส่วนประกอบของ ของกินชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นขนมหรืออาหาร ยังไม่มีการรับรอง ยังถือว่ากัญชายังเป็นสิ่งผิดกฎหมายอยู่นะคะ 

          ในปัจจุบันมีการสกัดสารแล้วนำมาใช้งานได้ 2 ตัวคือ

  1. THC  สำหรับสารตัวนี้มีฤทธิ์กดประสาท ทำให้มีอาการเคลิบเคล้มและทำให้เกิดอาการประสาทหลอนด้วย ส่วนใหญ่จะนิยมมาใช้งานแบบผิดกฎหมาย 
  2. CBD สำหรับสารตัวนี้ จะถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ เพื่อนำมาสกัดเป็นยารักษาโรค 

          สำหรับเยลลี่กัญชา ตอนนี้มีการตรวจสอบพบว่ามีสาร THC ปนอยู่ในเยลลี่ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายและยังเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากมีการกินเข้าไปในปริมาณที่มากพอ 

สำหรับเยลลี่กัญชานั้นจะมีจำหน่ายในประเทศที่รองรับการเปิดให้ผลิตและซื้อขายกัญชาได้อย่างถูกกฎหมาย และสามารถซื้อนำกลับมาไทยได้ เพราะลักษณะของซองจะเป็นเหมือนซองขนมธรรมดา หากไม่ได้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดก็สามารถเล็ดลอดเข้ามาในไทยได้ ซึ่งตอนนี้ประเทศ ที่สามารถซื้อได้แบบถูกกฎหมายเลยจะมีอยู่ 4 ประเทศคือ อุรุกวัย จอร์เจีย เซาท์แอฟริกา และแคนาดา ส่วนประเทศอื่นๆส่วนใหญ่จะอนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์เท่านั้น

ถ้านำมาใช้เป็นส่วนผสมอันอื่น ยังถือว่าผิดกฎหมาย คำแนะนำสำหรับเยาวชนไทย ที่อยากรู้อยากลองว่า บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องลองอะไรทุกอย่าง ถ้าเรารู้อยู่แล้วว่าของสิ่งนั้นมีโทษต่อร่างกาย ก็ไม่จำเป็นต้องนำชีวิตของตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพียงแค่เหตุผลว่าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร 

Continue Reading

คลินิกพระพุทธรูป 

       คลินิกพระพุทธรูปเป็นสถานที่ที่ได้ทำการเกี่ยวกับการบูรณะซ่อมแซมพระพุทธรูปที่ชำรุดเสียหายให้กลับมางดงามดังเดิมเป็นจำนวนนับหมื่นๆองค์

คลินิกพระพุทธรูปที่กล่าวถึงนี้ก็คือ สำนักสงฆ์ร่มโพธิ์ธรรม อำเภอลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี

โดยมีหลวงพ่อ วิชญ์ หรือ พระใบฏีกาวิชญ์จุฑา อินทวังโส เป็นผู้ริเริ่มกิจกรรมซ่อมพระพุทธรูปที่ชำรุด

เพื่อมอบถวายแด่วัดที่ขาดแคลนและสถานที่ที่ต้องการพระพุทธรูปเพื่อบูชาตามความประสงค์ ด้วยปณิธานอันมุ่งมั่นที่จะทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาประกอบกับความรู้ความสนใจในเชิงช่างที่มีอยู่เป็นทุนเดิมจึงได้ริเริ่มโครงการ บูรณะพระพุทธรูปชำรุดทั่วประเทศขึ้นเมื่อหลายปีก่อน 

      ในทุกวันตั้งแต่ช่วงเช้าตู่หลวงพ่อจะเริ่มทำการบูรณะพระพุทธรูปด้วยความพิถีพิถันจนถึงดึกดื่นเที่ยงคืนหรือบางครั้งก็ทำงานจนถึงรุ่งสางการบรรจงปราดเกรียงลงบนพระพักตร์ของพระพุทธรูปถือเป็นการฝึกสมาธิอีกวิธีหนึ่งที่แตกต่างจากพระเถระทั่วไปที่ใช้วิธีฝึกเจริญสมาธิด้วยการภาวนาหรือเดินจงกรมแต่การซ่อมแซมบูรณะพระพุทธรูปถือเป็นการเจริญภาวนาที่ต้องใช้สมาธิไม่ต่างกัน โดยปัจจุบัน พระใบฏีกาวิชญ์จุฑา ได้ซ่อมพระพุทธรูปมาแล้วหลายองโดยไม่มีการเรียกร้องค่าใช้จ่ายจากทางวัดแต่อาศัยบอกบุญหาเจ้าภาพเพื่อเดินทางไปซ่อมพระรวมทั้งได้ตั้งปณิธานไว้ว่าจะขอซ่อมเพราะทุกที่ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลแค่ไหนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่หากพระพุทธรูปองค์นั้นขึ้นทะเบียนไว้ก็จะไม่ซ่อมถือว่ามีหน่วยงานราชการดูแลอยู่แล้วขนาดนี้ยังมีพระพุทธรูปที่หล่อซ่อมแซมอีกเป็นจำนวนมากแต่ไม่มีหน่วยงานใดให้การสนับสนุนจึงจำเป็นที่จะต้องตั้งกองทุน หลวงพ่อวิชญ์ พระซ่อมพระ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง 

พระใบฏีกาวิชญ์จุฑา ได้กล่าวไว้ว่า

      “ ตราบใดที่ยังมีพระพุทธรูปชำรุดให้ซ่อมก็ขอซ่อมพระพุทธรูปที่ชำรุดไปจนกว่าพระพุทธรูปองค์สุดท้ายในโลกได้รับการซ่อมบำรุงแล้วก็ถือว่าภารกิจได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ “ 

     นอกจากนี้ทางสำนักสงฆ์ร่มโพธิ์ธรรม ยังยินดีต้อนรับทุกท่านที่สนใจจะเดินทางไปทำกิจกรรมดีดีในการบูรณะซ่อมแซมพระพุทธรูปได้ทุกโอกาสเพียงแค่ติดต่อแจ้งความประสงค์ต้องการเดินทางไปทำบุญโดยทางสถานที่มีอุปกรณ์ทุกอย่างเตรียมไว้ให้เรียบร้อยไม่มีค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้นยกเว้นท่านใดที่จะประสงค์จะร่วมทำบุญตามความศรัทธากับทางหลวงพ่อเพื่อสนับสนุนเข้าปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

Continue Reading

ประวัติและความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง 

 

       ประเพณีลอยกระทงเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่คนไทยสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยอ้างอิงมาจากหนังสือ นางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ซึ่งจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ  เดือน 12 ของทุกปี

และเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง แต่ถึงอย่างไรประเพณีลอยกระทงก็ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีมาตั้วแต่สมัยไหน แต่ความเชื่อและวัตถุประสงค์ของประเพณีลอยกระทงนั้นจะแตกต่างกันออกไป เช่น ศาสนาพุทธ จะบูชาพระเกศแก้วจุฬามณี , บูชารอยพระพุทธบาทที่หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมมทา ซึ่งปัจจุบันก็คือแม่น้ำเนรพุททาในประเทศอินเดีย หรือถือว่าเป็นการต้อนรับพระพุทธเจ้าในวันที่เสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าได้ไปโปรดพระพุทธมารดา ประเพณีลอยกระทงนั้นไม่ได้มีแคืประเทศไทยของเราเพียงประเทศเดียว

แต่ยังมี ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศเขมร ประเทศอินเดีย ประเทศจีน การลอยกระทงนั้นก็จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับประเทศไทยของเราแต่จะต่างกันออกไปคือเรื่องของ ความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น พิธีกรรมการไหว้บูชา แต่คนไทยส่วนใหญ่จะมีความเชื่อว่าการลอยกระทงโดยการนำดอกไม้ ธูป เทียนหรือสิ่งของต่างๆใส่ลงไปในกระทงแล้วนำไปลอย

ถือว่าเป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่ให้เราได้มีน้ำไว้กินไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน สะเดาะเคราะห์โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ รวมถึงการอธิษฐานในสิ่งที่เราปรารถนาลงไปในกระทงอีกด้วย ซึ่งประเพณีลอยกระทงปีนี้ก็ตรงกับวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2562 

 

       สาเหตุที่ทำไมส่วนใหญ่กระทงถึงต้องเป็นรูปทรงดอกบัว ตามตำนานในหนังสือ นางนพมาศ หรือ ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ที่เป็นสนมเอกของพระร่วง ในสมัยกรุงสุโขทัยได้พูดถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองว่า เมื่อเวลาที่พระร่วงเสด็จประพาสทางน้ำ ในเวลาพระราชพิธีตอนกลางคืน ได้รับสั่งบรรดาพระสนมนางใน ตกแต่งกระทงประดับด้วยเครื่องดอกไม้ธูปเทียน นำไปลอยน้ำของด้านหน้าพระที่นั่งในขบวนเสด็จ ในครั้งนั้น ท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือนางนพมาศที่เป็นพระสนมเอก ได้คิดประดิษฐ์กระทงเป็นรูปดอกบัวกมุทขึ้น เพราะเห็นว่าเป็ดอกบัวเป็นดอกบัวที่มีลักษณะที่พิเศษ

Continue Reading