ข่าวเตือนกลุ่มนักท่องเที่ยว

ข่าวเตือนกลุ่มนักท่องเที่ยว ไปเที่ยวเขาใหญ่อย่าเอาสุราไปด้วย

                          ได้มีการโพสต์เฟสบุ๊กเตือนจาก ชมรมคนรักสัตว์ – ป่า ว่าเวลาไปเที่ยวที่เขาใหญ่ของดการนำเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์เข้าไปด้วยเพราะเพิ่งมีเหตุการณ์นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเขาใหญ่กำลังกินเบียร์กระป๋องแล้วเกิดปวดฉี่กะทันหัน นักท่องเที่ยวคนนั้น จึงได้วางกระป๋องเบียร์ไว้ท้ายรถ แล้วลงไปฉี่ ซึ่งมีลิงที่เขาใหญ่ผ่านมาตรงนั้นพอดี มันจึงหยิบกระป๋องเบียร์ไปแล้ว นำไปดื่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่ชมรมได้ถ่ายภาพลิงกำลังดื่มเบียร์มาโพสต์ด้วย พร้อมระบุเพิ่มเติมว่าการมาเที่ยวเขาใหญ่กันในครั้งนี้ทางชมรมขอร้องนักท่องเที่ยวทุกท่าน 4 ข้อคือ ไม่ทิ้งขยะ  ไม่ให้อาหารสัตว์ทุกชนิด ไม่ขับรถเร็วและขอให้ไม่ส่งเสียงดัง

     ซึ่งข้อความดังกล่าวกำลังมีการแชร์ต่อกันไปเรื่อยๆ  ซึ่งการแชร์ข่าวสารแบบนี้ถึงว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนควรจะแชร์ส่งต่อๆกันไป เพื่อให้ใครก็ตามที่คิดจะไปพักผ่อนที่เขาใหญ่จะได้ระมัดระวังใน 4 เรื่องดังกล่าว

  1. ไม่ควรส่งเสียงดัง เพราะตอนนี้เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวเขาใหญ่กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งที่เขาใหญ่จะมีสัตว์ป่าอยู่มากมาย หากนักท่องเที่ยวแต่ละคนไปส่งเสียงดังอาจจะทำให้สัตว์ป่าบางตัวตกใจหรือรำคาญและหากมันหงุดหงิดมันอาจมาทำร้ายนักท่องเที่ยวได้ ตัวอย่างเช่น ช้าง ซึ่งบางตัวหากมันอยู่ในช่วงตกมัน  มันมักจะมีอารมณ์รุนแรงหงุดหงิดง่าย และใครก็ตามที่ไปเที่ยว
  2. ไม่ควรขับรถเร็ว เพราะอย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าที่เขาใหญ่จะมีสัตว์ป่าเยอะ และสัตว์ป่าพวกนี้จะคิดว่าที่นี่คือบ้านของเขา ดังนั้นเขาจะเดินไปไหนมาไหนก็ได้ ซึ่งปกติเราจะพบ ช้าง กวาง เดินกลางถนนบ่อยครั้ง ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวขับรถมาด้วยความเร็วอาจจะชนสัตว์ทำให้มันได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้
  3. ไม่ควรทิ้งขยะ  การที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวแล้วนำอาหารมารับประทานด้วยควรมีการจัดเก็บเศษถุงอาหารให้เรียบร้อย เพราะสัตว์ป่าเหล่านี้จะไม่รู้ว่าอะไรกินได้หรือไม่ได้ บางครั้งพวกมันอาจเผลอกลืนถุงพลาสติกลงท้อง ทำให้มันเสียชีวิตได้เช่นกัน
  4. ไม่ควรให้อาหารสัตว์ เพราะสัตว์ป่าควรหาอาหารกินตามวิถีชีวิตของมันหากเราให้อาหารแล้วมันเกิดความเคยชิน มันจะไม่หาอาหารเอง และเมื่อไหร่ก็ตามที่นักท่องเที่ยวไปเที่ยวอาจจะโดนสัตว์เหล่านี้มาแย่งอาหารไปได้ หรือหากคนไม่นิยมเที่ยวเขาใหญ่แล้วสัตว์ที่เคยชินกับคนนำอาหารมาให้อาจอดตายได้เพราะพวกมันจะลืมวิธีหาอาหารกินเอง และที่สำคัญหากอาหารที่เราป้อนสัตว์ไปเกิดมีผลต่อระบบกระเพาะของสัตว์ อาจทำให้สัตว์ตายเหมือนกัน

                 ดังนั้นการไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ตาม ควรจะมีการรักษากฎระเบียนของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนั้นอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียตามมาได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

Continue Reading

รู้ไหมว่าทำไมเราต้องเรียนให้หนักมากขึ้น

สังคมไทยในปัจจุบันมีการแข่งขันด้านการศึกษาสูงมาก

ดังจากทีเราเห็นว่าเด็กเด็กจะต้องไปเรียนพิเศษเพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้มากกว่าเด็กคนอื่นอื่น เพื่อที่ตัวเองจะได้มีโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษาทีคิดว่าดีและมีชื่อเสียง เพื่อเป็นการต่อยอดให้อนาคตที่ดีในภายภาคหน้า เด็กบางคนตื่นแต่เช้าเพื่อไปเรียน เรียนเสร็จแล้วก็ต้องไปเรียนพิเศษต่อ วันเสาร์และวันอาทิตย์ก็ไม่ได้หยุดพักเพราะต้องเรียนพิเศษอีก เรียกได้ว่าใน 7 วันนี้ตั้งแต่วันอาทิตย์ มาจนถึงวันเสาร์ เด็กนักเรียนบางคนไม่เคยได้หยุดพักผ่อนเลย มีแต่เรื่องเรียนเท่านั้น ซึ่งทำให้อยากรู้ว่าเด็กเหล่านั้น

พวกเขาเคยมีคำถามกับตัวเองบ้างไหมว่าเขาเรียนไปเพื่ออะไร   ทำไมพวกเขาต้องทุ่มเทมากมายขนาดนั้นในการเรียน เคยลองเปรียบเทียบการเรียนในอดีตกับปัจจุบันไหมว่าแตกต่างกันมากแค่ไหน โดยในอดีตนั้นการเรียนของเด็กไม่ได้เคร่งเครียดมากมายขนาดนี้ เด็กนักเรียนเรียนเฉพาะวันจันทร์ถึงวันศุกร์และเข้าเรียนเวลา 08.00 -15.30 น. เท่านั้น

ส่วนหลังจากนั้นก็พากันกลับบ้าน บ้างก็ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน บ้างก็ออกไปเล่นกับเพื่อนแถวบ้าน หรือบางทีก็นอนดูทีวี ไม่ต้องมาเคร่งเครียดอยู่กับตำราเรียนเหมือนเด็กในปัจจุบันซึ่งแทบจะไม่มีเวลาส่วนตัว หรือไม่มีเวลาที่จะได้เล่นกับเพื่อนเลย ทำให้เด็กสมัยนี้แทบจะไม่ได้ใช้ชีวิตในวัยเด็กอย่างมีความสุข เพราะทั้งวันจะมีแต่การเรียนเพียงเท่านั้น ซึ่งสิ่งนี้เองจะทำให้เด็กเกิดความเครียดมากเกินไป เด็กจะมีความคาดหวังไว้สูงเกี่ยวกับการเรียน และเมื่อผิดหวังก็มักจะทำใจไม่ได้และเป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตาย

เราจะเห็นได้ว่าในสมัยนี้ยิ่งเป็นเด็กนักเรียนในกรุงเทพ จะเริ่มเรียนพิเศษกันตั้งแต่เด็กอนุบาลแล้ว ซึ่งเราสามารถดูได้จากโรงเรียนที่เปิดคอร์ดให้เรียนเสริม ซึงจะมีการรับเด็กตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป ซึ่งผู้ปกครองส่วนใหญ่ต่างก็บอกว่าเพื่อต้องการให้ลูกสามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนดีดี มีครูเก่งเก่งสอน ในอนาคตก็จะได้มีงานทำที่ดี

เพราะการแข่งขันการเข้าทำงานตอนนี้ก็มีการแข่งขันที่สูงเช่นกัน เนื่องจากจำนวนคนสมัครงานกับตำแหน่งที่ว่างงานไม่เพียงพอกัน เด็กจบใหม่จึงตกงานกันเยอะ ดังนั้นการเรียนในตอนนี้จึงไม่ได้ต้องการแค่เด็กที่มีความรู้เท่านั้น แต่ต้องมีความรู้มาก และจบมาจากโรงเรียนที่มีชื่อเสียงจึงจะสามารถหางานทำได้ง่ายและมีเงินเดือนสูง ซึ่งสิ่งนี้เองที่ว่าทำไมตอนนี้เด็กไทยจึงต้องเรียนพิเศษกันมากขึ้น และเรียนกันไปเพื่ออะไร  

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

 

Continue Reading

การแต่งกายให้เหมาะสม

ในปัจจุบันนี้เราจะเห็นสไตล์การแต่งตัวกันอย่างหลากหลาย จึงเกิดความนิยมในการแต่งตัวอย่างมีสไตล์เพราะจะเพิ่มความดูดีแก่เรา เพิ่มความมั่นใจและยังสามารถเสริมบุคลิกภาพของเราให้ดูดีได้อีกด้วย ฉะนั้นการแต่งกายก็สำคัญเพราะต้องใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเรานั้นจะจัดการกับการแต่งกายของเราอย่างให้มีความดูดี มีความเหมาะสมที่สุด ดูแล้วเกิดความมั่นใจในการแต่งตัวของเราด้วยเพื่อเราจะสามารถแต่งตัวได้อย่างหลากหลาย

แต่งตัวตามสถานที่

การแต่งตัวเรานั้นมีหลายรูปแบบและมีความหลากหลายอย่างมาก ฉะนั้นเราควรมีกาลเทศะในการแต่งกายด้วย คือการแต่งตัวให้เหมาะสมกับสถานที่นั้นเพื่อให้เกิดความกลมกลืน ไม่หลุดกรอบ และดูมีความเหมาะสมกับสถานที่ ถ้าหากเป็นงานในสังคมก็ควรแต่งให้มีความเหมาะสมกัน เช่น เดรสยาว หรือถ้าเป็นงานปาร์ตี้ก็จะสามารถแต่งตัวได้อย่างหลากหลายหน่อยเพราะงานนี้ไม่เน้นการแต่งตัวอย่างเคร่งเครียดสักเท่าไหร่ สามารถแต่งได้ตามสไตล์ของเราเลย เพราะการรู้ว่าเราชอบสไตล์ไหนก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีจะได้เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ที่แต่งตัวด้วย

เพิ่มความดูดี มีเสน่ห์ให้แก่ตัวเราเองด้วย แต่ถ้าหากเป็นงานเลี้ยงรุ่นโรงเรียนก็ควรแต่งตัวแบบเคารพสถานที่ไม่หวือหวาหรือวาบหวิว เพราะจะทำให้ดูไม่ดีในสายตาคนอื่นเลยฉะนั้นเราควรแต่งตัวให้ดีๆ ยิ่งการไปงานในสุถานที่ที่มีผู้ใหญ่เยอะควรที่จะแต่งตัวให้เรียบร้อยอย่างมากถึงมากที่สุดและควรแต่งเรียบๆด้วย เพราะงานที่มีผู้ใหญ่เยอะๆ ถ้าเราทำสิ่งที่ไม่ดีก็อาจจะถูกจับตามองได้ ฉะนั้นเราควรแต่งกายให้ดีและเรียบร้อยอย่างมากเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดต่างๆในการทำงานนั้น

ทุกคนจะเห็นได้ว่าการแต่งกายให้เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนของสาวๆอย่างมากเพราะว่าบางคนต้องใช้เวลาเลือกนานมากๆ เพราะมีความหลากว่าการแต่งกายให้เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนของสาวๆอย่างไหวพริบในการเลือกเสื้อผ้าว่าควรแต่งอย่างไรดีให้เหมาะสม มีความดูดี และรู้สึกว่ามีความเรียบง่าย ดูสุภาพเรียบร้อย ก็จะสามารถไปงานต่างๆได้ ถ้าเราแต่งตัวอย่างเรียบง่ายแต่ดูดี คุณก็จะสามารถไปที่ไหนก็ได้เพราะความเรียบจะให้เราดูดีและเหมาะสมกับสถานที่ต่างๆอย่างมาก และดูไม่น่าเกียจด้วยและสามารถใส่ได้ในหลายงาน ถูกกาลเทศแน่นอน ฉะนั้นเราควรศึกษาให้ดีๆว่าเรานั้นควรแต่งกายอย่างไรดีให้มีความเหมาะสมที่สุดต่อการใช้งานในแต่ละครั้ง

 

สนับสนุนโดย  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

Continue Reading

ฮวงจุ้ยห้องครัว

คุณรู้ไหมว่าห้องครัวเป็นห้องที่มีความสำคัญอย่างหนึ่งภายในบ้านเช่นเดียวกัน

เพราะห้องครัวเป็นห้องที่ดูแลเกี่ยวกับการอิ่มท้องของคนภายในบ้านทั้งหมดดังนั้นการดูแลทำความสะอาดห้องครัวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง หากห้องครัวไม่สะอาดจะมีผลต่อหลักฮวงจุ้ยของบ้านเช่นเดียวกัน ดังนั้น ทุกครั้งที่เราทำอาหารเสร็จเรียบร้อย เราจึงทำเป็นต้องทำความสะอาดห้องครัวด้วยทุกครั้ง โดยเตาแก๊ส ก็ควรเช็คล้างทำความสะอาดอย่างให้มีคราบมัน เราสามารถหาซื้อน้ำยาล้างทำความสะอาดคราบมันในครัวมาใช้งานได้ และเครื่องดูดควันก็ควรทำความสะอาดเช่นเดียวกัน อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งในการถอดออกมาล้างเอาคราบน้ำมันออก การเก็บกวาดครัวควรทำทุกวันอย่างให้ครัวมีฝุ่นผง

และเพดานภายในครัวไม่ควรมีหยากไย่  ควรเช็คทำความสะอาดจานชามทุกครั้งหลังจากล้างจานเสร็จ หรือนำคว่ำพึ่งให้แห้งก่อนที่จะเก็บจานเข้าตู้เพื่อป้องกันการอับชื้นซึ่งจะเป็นแหล่งเพาะพันธ์ของเชื้อรา ขวดเครื่องปรุงต่างๆเมื่อมีการใช้งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรมีการปิดฝาให้สนิทกันแมลงบินลงไปในขวดและที่สำคัญเลยคือ เมื่อเราทานอาหารเสร็จแล้วทุกครั้ง

ให้รีบล้างจานเลยอย่างวางแช่เอาไว้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นส่งที่ทำให้ห้องครัวสกปกติ เป็นสิ่งที่จะเรียกหนูให้เข้ามาในบ้านและเมื่อห้องครัวสกปกติโชคลาภการเงินก็จะหายไปด้วย ถังขยะในห้องครัวควรมีการนำไปทิ้งทุกครั้งในตอนเย็นก่อนเราทำการปิดครัว เพื่อไม่ให้ในครัวของเราเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

เพราะใครที่เข้ามาในครัวควรจะได้กลิ่นหอมของอาหารแทนที่จะได้กลิ่นเหม็นของขยะ ควรมีการน้ำของในตู้เย็นมาเช็ควันหมดอายุเป็นระยะและควรนำตู้เย็นมาล้างทุกสัปดาห์เพื่อความสะอาดของตู้เย็น และอีกหนึ่งหลักการของฮวงจุ้ยคือเราควรจะต้องปิดครัวตลอดเวลาอย่าให้กลิ่นของอาหารในครัวออกมาก่อกวนคนห้องอื่นๆ หรือคนในบ้านที่กำลังทำกิจกรรมอื่นๆ

ควรมีการปิดห้องครัวให้มิดชิดทั้งหน้าต่างและประตูอย่าให้คนภายนอกมองเข้ามาเห็นข้างในครัวได้ ซึ่งเราอาจจะไปซื้อพลาสติกสูญญากาศมาติดตรงกระจก กันคนมองเข้ามาที่ข้างในห้องครัว  และที่สำคัญพื้นของห้องครัวควรเช็ดทำความสะอาดอยู่เสมออย่าให้สกปรก ก็จะช่วยเรื่องฮวงจุ้ยของห้องครัวของเราให้ดีขึ้นมาได้แล้ว และหากทุกคนสามารถทำได้ตามนี้รับรองว่าถึงแม้จะไม่มีผลต่อฮวงจุ้ยแต่การที่เราได้อยู่ในที่ที่สะอาดก็จะทำให้เราสุขภาพอนามัยแข็งแรงได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

Continue Reading

วิกฤตประชากรของประเทศญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาเรื่องประชากรอย่างหนักในรอบ 120 ปี

และได้กลายเป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดในโลก ทำให้ประเทศญี่ปุ่นกำลังจะกลายเป็นระเทศที่ขาดแลนแรงงานออย่างมากเนื่องจากคนวัยทำงานนั้นเริ่มที่จะลดลง ทำให้อัตราการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มมากยิ่งขึ้น จากผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน 100 คนจะต้องดูแลผู้สูงอายุถึง 75 คนเพราะฉะนั้นญี่ปุ่นก็จะต้องเผชิญกับปัญหาการรองรับผู้สูงอายุที่มากยิ่ง และจะกลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่จะตามมาในอนาคต มีการคาดการว่า อีก 45 ข้างหน้านี้ญี่ปุ่นจะมีจำนวนประชากรที่ลดลง จาก 130 ล้านคนเหลือเพียง 88 ล้านคน เป็นปัญหาที่รัฐบาลญี่ปุ่นต้องเร่งแก้ไขอย่างหนัก โดยทางรัฐบาลได้ทุ่มเงินมหาศาลในการแก้ไขปัญหานี้

เนื่องการมีบุตรเป็นเรื่องที่สำคัญของคนญี่ปุ่นมาก ทั้งปัญหาค่าครองชีพที่สูงมากของประเทศทำให้ผู้คนที่อยู่ในวัยที่พร้อมจะมีบุตรนั้นลดลง เพราะต้อแบกรับค่าใช้จ่ายต่อการเลี้ยงดูบุตรหนึ่งคนสูง รัฐบาลจึงได้วางโครงการที่จะช่วยเหลือการเกิดและดูแลเด็ฏใหเมากที่สุดเนื่องประชากรเด็กเหล่านี้จะต้องกลายเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต และสาเหตุที่เป็นปัจจัยอีกอย่างหนึ่งของการลดลงของประชากรนั่นก็คือ อัตราการแต่งงานของคนญี่ปุ่นลดลง เนื่องจากการที่ผู้หญิงวัยทำงานในญี่ปุ่นไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูบุตรไปพร้อมกัน

ได้เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของพวกเหล่านั้นลดลง จึงทำให้เกิดการแต่งที่น้อยลง และอัตราการแต่งงานของคนญี่ปุ่นก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งค่าครองชีพที่สูง แนวคิดความเท่าเทียม ค่านิยมที่ต้องทำงานให้หนัก ก็ตั้งความหวังให้ประสบความสำเร็จ แรงกดดันจากสังคมทำให้ผู้นเริ่มที่จะหาคู่กันน้อยลง และการแต่งงานในแต่ล่ะครั้งก็ค่อนข้างมีราคาสูง หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นจึงเลือกที่จะไม่แต่งานกัน ทำให้ประเทศต้องสู่สภาวะที่ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

ญี่ปุ่นได้เริ่มวางแผนแก้ไขปัญหานี้มาเป็น 20 ปีแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าประเทศก็ยังไม่มีทางที่จะเพิ่มจำนวนประชากรได้แล้ว ดังนั้นจึงได้ออกมาตราการอื่นๆเพื่อเพิ่มแรงงานให้กับประเทศ เช่นการสร้างหุ่นยนต์เพื่อจะมาเป็นกำลังหลักในการผลิตสินค้าแทนคน และรับแรงงานต่างด้าวให้เพิ่มมากขึ้น แต่ว่าก็ยังมีแรงงานจากประเทศที่ไม่มากเพียงต่อความต้องการกำลังการผลิต เนื่องจากต้องอยู่ภายใต้แรงกดดันของสังคมการที่ญี่ปุ่นที่ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แรงงานจากต่างประเทศ ไม่เลือกที่จะมาใช้แรงงานที่ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีความเป็นชาตินิยมสูง จึงทำให้แรงงานที่มาจากต่างประเทศเกิดความอึดอัดและไม่สามารถที่จะทำงานต่อได้ 

แม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วแต่ว่าการแก้ไขปัญหาทางด้านประชากรถือว่าเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ซึ่งอนาคตของประเทศชาติกำลังอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล อีกทั้งญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการเอาธุรกิจสีเทาที่ถูกยกขึ้นมาทำให้ถูกฎหมายอย่างหนังผู้ใหญ่แม้ว่าภาพลักษณ์ของประเทศจะดูเหมือนเป็นประเทศที่มีส่งเสริมกรมีเพศสัมพันธ์ แต่ความเป็นจริงนั้นสวนทางกับสิ่งที่สังคมภายนอกประเทศรับรู้ แต่ไม่ว่าอย่างไรรัฐบาลก็ยังต้องคงเร่งหาวิธีแนวทางแก้ไขนี้ก่อนที่ญี่ปุ่นจะกลายเป็นประเทศที่ล้มเหลวเพราะขาดแคลนแรงกำลังในการขับเคลื่อนประเทศ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ole777

Continue Reading

ประวัติความเป็นมาของวัดมหาธาตุ

เชื่อว่าผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคงจะเคยขับขี่รถยนต์ผ่านมาทางวัดมหาธาตุ

หรือแม้กระทั้งบางคนบางทีก็อาจจะเคยเข้าไปเคารพบูชาขอพระพระพุทธรูปที่อยู่ข้างในวัดซึ่งเดี๋ยวนี้วัดมหาธาตุถูกจัดให้เป็นโบราณสถานที่มีอายุดั้งเดิมมากยิ่งกว่าร้อยปี แรกเริ่มวัดมหาธาตุเคยเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับจัดงานพิธีการต่างๆของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในยุคนั้นถัดมาได้มีการกำเนิดสงครามวัดมหาธาตุได้ถูกทหารของฝั่งศัตรูก่อไฟเผา ทำศิลป์ข้างในวัดรวมทั้งเจดีย์ต่างๆได้รับความเสื่อมโทรม แปลงเป็นซาก

 ซึ่งเดี๋ยวนี้พลเมืองที่เข้าไปด้านในวัดมหาธาตุชอบไปเพื่อเล่าเรียนเกี่ยวกับที่ไปที่มาของโบราณกาลด้วยเหตุว่าวัดที่นี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี พุทธศักราช 1917 โดยถูกผลิตขึ้นโดยสมเด็จพระบรมราเชนทร์ที่ 1 แต่ว่าท่านทรงเสด็จสิ้นพระชนม์ซะก่อน ทำให้ที่วัดนี้ยังสร้างไม่ทันเสร็จแต่ว่าถัดมาในยุคของพระกษัตริย์ก็ได้ให้ช่างฝีมือกลับมาสร้างวัดที่นี้ต่อจนถึงเสร็จรวมทั้งเปลี่ยนเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระบรมสารีริกธาตุด้วย

 เพราะวัดที่นี้ถูกทำกึ่งกลางจิตใจของเมือง ด้วยเหตุนี้ในยุคกรุงศรีอยุธยา พระกษัตริย์ก็เลยทรงใช้วัดนี้สำหรับเพื่อการจัดพระพิธีต่างๆและที่วัดมหาธาตุนี้นับได้ว่าเป็นวัดดั้งเดิมอีกวัดที่มีอยู่คู่กับจังหวัดอยุธยามาอย่างยาวนาน ผ่านการใช้แรงงานจากพระมหากษัตรอีกมายหลายพระองค์ รวมทั้งผ่านการสู้รบมานับจำนวนครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่กรุงศรีอยุธยาเสียกรุงครั้งลำดับที่สอง เมียนมาร์ได้ทำการจุดไฟเผาวัดหลายวัดในเมืองกรุงศรีทิ้งและหนึ่งในวัดที่ถูกจุดไฟเผาเป็นวัดมหาธาตุ 

ปัจจุบันนี้ความสวยงามที่เคยมีเปลี่ยนเป็นเหลือแค่ซากที่หักพังทลายแต่ว่าก็ยังสามารถแลเห็นความงามที่เคยมีมาในสมัยก่อนได้ สำหรับที่วัดมหาธาตุนี้มีสิ่งปลูกสร้างจำนวนมากร่วมกัน มันก็คือ พระปรางค์ที่มีขนาดใหญ่แต่ว่าตอนนี้ไม่สามารถที่จะหาดูได้แล้วด้วยเหตุว่าได้พังไปแล้ว , เจดีย์แปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สร้างต่างจากวัดที่แห่งไหนมีเพียงแต่ตรงนี้ที่เดียวในโลก

 โดยจะมีทั้งหมดทั้งปวง 4 ชั้นร่วมกัน , วิหารที่ฐานจุกชี ซึ่งตรงนี้ตามประวัติเล่าว่าเคยมีคนเคยมาแอบเข้ามาลักลอบขุดเพื่อทำการขุดหาทรัพย์สมบัติแต่ว่าไม่สามารถที่จะเจาะจงได้ว่าขโมยที่มาขุดขโมยทรัพทย์สินนั้นได้อะไรไปบ้างหรือไม่แต่ว่าทางกรมศิลป์ได้มาขุดหาเพิ่มซึ่งได้เจอกับของเก่าที่มีการนำมาซุกซ่อนไว้อยู่มาก , วิหารขนาดเล็กเป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมมาเที่ยวดูเนื่องจากจะมีรากไม้รากเลี้อยพันรอบเศียรของพุทธรูปเอาไว้ , พระปรางค์ขนาดกึ่งกลาง และก็พระราชวังสมเด็จพระสังฆราช 

โดยที่มีการตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงามในสมัยก่อน สำหรับในการเข้ามาเคารพบูชาวัดมหาธาตุจะเปิดให้ประชาชนได้เข้าเยี่ยมชมได้ตั้งแต่เวลา 08.30 -16.30 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายซึ่งตอนนี้ที่วัดที่นี้ผู้ที่รักในศิลป์ความสวยงามชอบเข้ามาวาดภาพหรือมาถ่ายภาพรวมทั้งเป็นสถานที่ทรรศนะศึกษาเล่าเรียนของเหล่าผู้เรียน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

Continue Reading

อารยธรรมอันเก่าแก่ของเมืองโคราช

การรวมกลุ่มก่อตั้งเป็นชุมชนต่างๆของมนุษย์มาแต่ยุคโบราณ มักจะเลือกพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ในแหล่งอาหารและแม่น้ำบ่อยครั้งเมื่อมีแหล่งศึกษาโบราณคดีใดๆจึงมักจพบร่องรอยการตั้งชุมชนโบราณมากกว่าหนึ่งครั้งซ้อนทบในพื้นที่แต่อยู่ต่างกันของคนละยุคและคนละช่วงเวลาตัวอย่างลักษณะของสถานที่แห่งนี้ก็ใช้เป็นบริเวณที่ตั้งปราสาทหินที่มีชื่อว่าปราสาทหินพนมวัน

ปราสาทหินพนมวันได้ตั้งอยู่ใน ตำบล บ้านโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

ซึ่งเป็นปราสาทหินพนมวันในราวพุทธศตวรรษที่16แต่ละพื้นที่นั้นก็ได้มีความซ้อนทับและเปลี่ยนไปในทางประวัติศาสตร์และเมื่อได้มีหลักฐานในการบูรณะเพื่อใช้เป็นศาสตร์ สถานในสมัยอยุทยาในขณะเดียวกันก็ยังได้พบอีกว่าในบริเวณพื้นที่แห่งนี้ยังเคยเป็นที่ตั้งชุมชนก่อนในยุคก่อนประวัติศาสตร์มาแล้วถึง2ช่วงเวลา คือในยุคสําริด และในยุคเหล็ก หรือเมื่อประมาณราวๆ3400 1500ปีที่ผ่านมาซึ่งแม้แต่จุดที่เป็นปราสาทหินได้ลึกลงไปใต้ดินก็ยังได้พบร่องรอยของปราสาทเก่าของหลักอื่นได้ปลุกสร้างทับเอาไว้ ปราสาทหินพนมวันซึ่งเป็นปราสาทศิลปะของปลาปวนที่มีลักษณะค่อนข้างใหญ่ปราสาทประทาน

ซึ่งได้ก่อด้วยศิลาแลงหินทรายและอิฐประกอบไปด้วยเรือนทาสซึ่งได้สร้างหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเรือนทาสได้มีประตูทั้ง4ทิศประดับด้วยทับหลังลักษณะภายในนั้นได้ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานอภัยและในด้านกอบประตูในทางด้านทิศใต้ได้มีจาลึกเป็นภาษาขอมซึ่งเนื้อหานั้นก็ได้มีการกล่าวถึงรายชื่อของกษัตริย์ขอมและบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์สถานและอาสมต่างๆ

และจากทางด้านประตูทิศใต้นั้นก็จะได้มองเห็นปางเล็กๆบนพื้นที่ของฐานศิลาแลงอีกองค์ซึ่งเป็นปางก่อด้วยหินทรายและอิฐเป็นทรงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดกว้างและยาวด้านละ9เมตรภายในมีประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองในลักษณะตะแคงหันฝ่าเท้าออกไปทางด้านหน้า

ซึ่งพระพุทธบาทจำลองนี้หน้าจะสร้างขึ้นมาในภายหลังสมัยในอยุทยาเพื่อใช้เป็นสถานที่เป็นพุทธสถานซึ่งด้านนอกของตัวอาคารทั้งหมดล้อมรอบด้วยระเบียงคตซึ่งมีโคปุระเชื่อมต่อเป็นทางเข้าออกและมีปราลายขนาดเล็กกระจายอยู่ด้านนอกอีกชั้นผังของการสร้างปราสาทพนมวันยังมีส่วนที่เกี่ยวข้องของสถานที่2แห่งนั่นก็คือเนินอรพิมและปรางค์สระเพลงเนินอรพิมอยู่ห่างจากปราสาทประทานไปทางด้านหน้าประมาณ300เมตร

ซึ่งเป็นเนินที่ก่อด้วยศิลาแลงด้านในมีลักษณะเป็นบ่อสี่เหลี่ยมพื้นผ้าซึ่งได้มีรูปแบบการก่อสร้างที่ค่อนข้างปราณีตจึงหน้าเป็นสถานที่สำหรับเฉพาะพระมหากษัตริย์หรือเจ้านายผู้ที่มีชั้นสูง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub

Continue Reading

ต้องเตรียมอะไรบ้างสำหรับพิธีรับไหว้

ประเพณีรับไหว้และมีขั้นตอนอะไรบ้างและต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง 

ถ้ามีใครนั้นกำลังสงสัยหรือว่ากำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการแต่งงานช่วงเช้าพิธีการตอนเช้าเอง  เพื่อนหน้าจะมีความงงอยู่บ้างเพราะว่ารู้สึกซับซ้อนอย่างมากเพราะว่าพิธีนั้นมีเยอะเหลือเกินอย่างพิธีรับไหว้นี่ก็เป็นพิธีที่ไม่ค่อยรู้จักว่าต้องเตรียมอะไรอะไรบ้างต้องทำอย่างไรวันนี้เราจะมาบอกเกี่ยวกับพิธีนี้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง 

พิธีรับไหว้คือ  บ่าวสาวนั้นต้องทำความเครารพฝากเนื้อฝากตัวเข้าครอบครัวของอีกฝ่ายค่ะถือว่าเป็นการแสดงความนอบน้อมต่อพ่อแม่และก็ขอบคุณที่ท่านนั้นดูแลเรา และขอขมาในสิ่งที่เรานั้นได้ทำล่วงเกินที่ทำให้ท่านนั้นไม่สบายใจซึ่งคู่บ่าวสาวแสดงความนอบน้อมนั้นและทำความเคารพพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่แล้ว พวกท่านนั้นก็จะทำการรับไหว้เราค่ะ

ต้องเตรียมอะไรบ้างสำหรับพิธีรับไหว้

พานธูปเทียนแพ  เตรียมพานธูปเทียนแพไว้ใช้การกราบขอขมาพ่อแม่ในช่วงที่ทำพิธี เตรียมแค่พานเดียว แต่ถ้าเรานั้นจ้างคนที่จัดเตรียมพวกชุดขบวนขันหมากนั้นพวกพานสินสอดอะไรพวกนี้เค้าก็เตรียมพานธูปเทียนแพให้เรานั้นอยู่แล้ว 

รายชื่อแขกผู้ใหญ่ที่จะขึ้นมาร่วมพิธี นั้นก็จะมีคุณปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ของบ่าวสาว ส่วนแขกผู้ใหญ่ที่เหลือเพื่อนๆนั้นเอาที่เรานั้นนับ๔อและสนิทค่ะ

ของรับไหว้  ของรับไหว้คือของที่เรานั้นมอบให้คุณพ่อและแม่ และผู้ใหญ่ที่ขึ้นมาร่วมพิธีรับไหว้ค่ะ ไม่ได้มอบให้กับทุกคนที่มาร่วมงานและก็ไม่มีกฎตายตัวว่าเรานั้นต้องใช้อะไรในการรับไหว้แต่ต้องเป็นของที่ดีและดูดีพิเศษกว่าของชำร่วยทั่วๆไปเท่าที่เรานั้นสังเกตเขาก็นิยมให้ผ้าไหม ผ้าคลุมไหล่  ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว หมอน หรืว่าจะเป็นชา หลายคู่นั้นจะมีจัดชนิดของรับไหว้ด้วยนะค่ะ อย่างของพ่อและแม่นั้นและญาติผู้ใหญ่ที่เคารพมากๆนั้นอาจจะเป็นของที่ดีๆมาก ส่วนของญาตินั้นก็หล่นไปเป็นสะเต็ปไปค่ะ 

แล้วต้องเตรียมของไหว้นั้นกี่ชิ้นดี  ซึ่งเป็นคำถามที่ได้ยินบ่อยมากเพราะว่าหลายๆคนนั้นอาจจะสับสนว่าระหว่างที่ของรับไหว้กับของชำร่วยนั้นต่างกันของชำร่วยนั้นงานเช้าคือของที่เราให้แขกทุกคนที่เข้ามาร่วมพิธีงานเช้าค่ะ คล้ายๆกับของชำร่วยตอนงานเลี้ยงส่วนของรับไหว้เนี่ยเราจะให้เฉพาะผู้ใหญ่ที่ขึ้นมาร่วมพิธีรับไหว้บนเวทีค่ะ เพราะฉะนั้นเราต้องจดรายชื่อเลยว่ามีใครบางที่จะเข้ามาร่วมพิธีทั้งหมดกี่คน (อันนี้เราแนะนำว่าให้เตรียมของเพื่อเอาไว้สัก 10%  เพราะว่าเวลาจริงนั้นอาจจะมีญาติผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเราอยากขึ้นมาร่วมพิธีรับไหว้ด้วย เพราะดังนั้นเราต้องเตรียมเพื่อเอาไว้ด้วยเพื่อความปลอดภัย

 

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่ ทดลองเล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี  ได้ให้มานำเสนอ

Continue Reading

พัฒนาสมองด้วยศิลปะ

     ศิลปะที่เรารู้จักกันในความหมายทั่วไปในก็คือสิ่งที่มนุษย์นั้นได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อสื่อออกมาซึ่งอารมณ์ความรู้สึกทางปัญญาและความคิดรวมไปถึงความงาม ซึ่งหลายคนก็อาจจะทราบกันบ้างแล้วว่าศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่ช่วยขัดเกลาให้จิตใจมนุษย์เกิดความจรรโลงได้ โดยสามารถที่จะช่วยให้มนุษย์อย่างเรานั้นมีจิตใจที่อ่อนโยนและสงบมากขึ้น

 

สำหรับศิลปะบางแขนงนั้นยังสามารถที่จะช่วยในเกิดการเยียวยาด้านความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับมนุษย์

ทั้งการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับร่างกาย และการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับจิตใจ โดยที่ประโยชน์ของศิลปะที่เราทุกคนทราบกันนั้นยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะนอกจากหน้าที่ของศิลปะที่เรารู้จักกันว่าช่วยในการสร้างความสุนทรียะ หรือช่วยในการขัดเกลาจิตใจ และรักษาอาการเจ็บป่วยทางร่างกายและจิตใจได้แล้วนั้น เมื่อเร็วนี้เองยังมีการค้นพบว่าศิลปะสามารถที่จะช่วยในการพัฒนาสมองได้อีกด้วย

การใช้ศิลปะช่วยในการพัฒนาสมองนั้นมาจากข้อมูลทางการศึกษาของนักประสาทวิทยาที่ค้นพบ

มนุษย์มีความฉลาดเป็นผลมาจากการที่เซลล์สมองของเรานั้นสามารถที่จะเชื่อมต่อกันจนเกิดเป็นวงจรประสาทและเมื่อเซลล์ประสาทเหล่านี้มีการเชื่อมต่อกันจนและสามารถที่จะจัดระเบียบได้ดีก็จะยิ่งส่งผลให้มีประสิทธิภาพและเป็นผลให้การทำงานของระบบสมองดีมากขึ้นด้วย กล่าวก็คือการที่เป็นเช่นนั้นมีส่วนช่วยให้มนุษย์มีความฉลาดขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้เซลล์สมองเกิดการเชื่อมต่อกันจนเกิดเป็นวงจรที่มีความสมบูรณ์ เป็นผลที่มาจากเกิดการกระตุ้นการใช้ระบบประสาทสัมผัสในส่วนต่างๆขึ้นนั่นเอง

จึงเป็นที่มาของการส่งเสริมให้เด็กๆนั้น ได้เรียนรู้ใช้เวลากับศิลปะอย่างการวาดรูประบายสี ฉีกกระดาษเพื่อตัดปะ เพราะจะช่วยให้สมองซีกขวาของเด็กๆนั้นได้เกิดการกระตุ้นให้เกิดการทำงานในสมองนั้นเอง เด็กๆจะได้ใช้กระบวนการคิดว่าจะวาดรูปอะไรใช้สีไหนในการระบายก็ล้วนที่จะเป็นการบริหารการทำงานของสมองทั้งนั้น นอกจากนี้แล้วกิจกรรมทางศิลปะที่เด็กได้ลงมือทำนั้นถือว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กได้ดี อีกทั้งยังสามารถที่จะเชื่อมโยงให้เกิดพัฒนาการของอวัยวะในหลายๆส่วน

และนั่นเป็นสามเหตุที่ทำให้เกิดเป็นจุดเชื่อมต่อของเส้นใยประสาทที่ต่อมาสามารถที่จะพัฒนาไปสู่การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่หลากหลายได้ในอนาคต และจะช่วยส่งผลดีทำให้เด็กๆนั้นเป็นคนที่สามารถที่จะเรียนรู้ในหลากหลายทักษะต่อไปได้ ศิลปะถือว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนที่สร้างสรรค์ผลงานศิลป์ขึ้นมานั้นเกิดเป็นความภาคภูมิใจต่อตัวเองซึ่งการที่เด็กๆได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะขึ้นมานั้น

เมื่อเรามอบคำชื่นชมให้กับเด็กเขาก็จะเกิดความรู้ภาคภูมิใจในตัวเอง และจะช่วยทำให้วงจรสมองของเด็กในส่วนที่มีความเกี่ยวข้องในการมองตนเองจะมีการยอมรับในตัวเองและในตัวผู้อื่นมากขึ้นนั่นเอง

            อย่างไรก็ตามในทุกๆสังคมต่างต้องการคนที่มีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการที่สามารถที่จะถ่ายทอดเอาความรู้สึกนึกคิดของตนเอง แสดงออกมาในรูปแบบที่เป็นคำพูด และในเชิงสัญลักษณ์ของศิลปะได้ดีในระดับที่ยอมรับได้ และที่สำคัญที่สุดคือเราต้องการคนที่เคารพในตนเองและผู้อื่น เพื่อให้เกิดเป็นความน่าอยู่ของสังคมนี้ 

 

สนับสนุนโดย แทงมวยสด

Continue Reading

ประเพณีรำผีฟ้า

 ประเพณีการรำผีฟ้าเป็นประเพณีที่เก่าแก่ของทางภาคอีสาน

ที่ทำสืบทอดกันมาเป็นเวลาอย่างยาวนาน แม้จะไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ว่าพิธีกรรมนี้ก็ยังคงถูกส่งต่อมายังรุ่นลูกรุ่นหลานในปัจจุบัน ในอดีตก่อนที่ผู้คนจะได้นับถือศาสนานั้น การนับถือผีบรรพรุษการนับป่า นับถือสิ่งลี้ลับยังเป็นสิ่งที่ผู้คนที่เข้าไม่ถึงศาสนายังนับถืออยู่ เนื่องด้วยเพราะสมัยก่อนคนเรายังไม่ได้รับการสื่อสารที่มากพอ ฉะนั้นการนับถือเฉพาะกลุ่มเฉพาะเผ่าชาติพันธุ์

ดังนั้นการนับถือของผู้คนจึงมีความหลากหลายและมีพิธีกรรมซึ่งแตกต่างกันไปตามแล้วแต่ลักษณะของเผ่านั้นๆ ผีฟ้าหรือเรียกอีกอย่างว่า ผีแถน นั้นเป็นความเชื่อว่าผีเหล่านี้เป็นเทวดาที่คอยปกปักรักษาผู้คนในหมู่บ้านในเผ่าของตนเองอยู่ แต่ว่าผีฟ้านั้นจะอยู่ในระดับที่สูงกว่าผีชนิดอื่นๆ หรือเรียกได้ว่าเป็นเทพเทวดาก็ว่าได้ แถนที่ใหญ่ที่นั่นก็คือ แถนหลวง หรือก็คือพระอินทร์นั่นเอง เพียงแต่เรียกต่างกันตามความเชื่อที่แตกต่างกัน

เชื่อกันว่าผีแถนนั้นหรือผีฟ้า เป็นผู้ที่คอยปกปักรักษาและคอยกำจัดโรคภัยและดับทุกข์เข็ญต่างๆ

ให้กับผู้คนได้ โดยผู้ที่ทำพิธีนั้นจะเป็นผู้หญิงที่มีอายุ หรือบางที่ก็เป็นหญิงสาวแล้วแต่ความเชื่อของแต่ล่ะท้องถิ่น  แต่ว่าผีฟ้านั้นสามารถสิงได้ทั้ง ผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก คนแก่ แล้วแต่ว่าท้องถิ่นนั้นจะเชื่อแบบใด

โดยพิธีกรรมนั้นจะทำคู่กันกับ หมอแคน หรือ เรียกอีกอย่างว่าหมอม้า แต่จะต้องเป็นหมอแคนที่มีประสบการณ์ในการเป่าแคนมาพอสมควร เพราะว่าพิธีกรรมค่อนข้างที่จะต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร หากเป็นหมอแคนที่ไม่ได้มีประสบการณ์แล้วอาจจะทำให้หมดลมจนเป็นลมได้ เพราะว่าการเป่าแคนจะต้องใช้พลังในการเป่าลมเป็นอย่างมาก หากไม่อยากที่จะเพิ่มคนป่วยก็จึงควรที่จะหาหมอแคนที่มีประสบการณ์มากๆเอาไว้ 

พิธีการรำผีฟ้านั้นเป็นรำเพื่อรักษาอาการและโรคต่างๆ

ให้หายโดยที่ผู้ป่วยสามารถลุกขึ้นมาฟ้อนรำกับผีฟ้าได้ หรือว่าจะดูเพียงอย่างเดียวก็ได้แล้วแต่ความต้องการของผู้ป่วยเพราะถ้าหากไม่ต้องการ ครูบาก็จะทำหน้าที่โดยการเอาเครื่องคายไปวางไว้บนหิ้ง หลังจากนั้นก็จะมาร่วมกินอาหารกัน  ชาวอีสานเชื่อกันว่าผีฟ้านั้นสามารถกำหนดการเกิดและการตายของมนุษย์ได้ เพราะการที่มนุษย์ตายไปนั้นเป็นเพียงแค่วิญญาณจะออกจากร่างเพื่อไปพบกับบรรพชน

แต่ขวัญนั้นจะไม่แตกดับเหมือนกับร่างกาย เป็นเพียงแค่จากลาจากร่างกายเท่านั้น แต่ดวงวิญาณก็จะยังคงอยู่กับผู้ที่มีชีวิต 

การรำผีฟ้านั้นเป็นเพียงการเพิ่มกำลังใจให้ผู้ป่วยเพื่อที่จะได้มีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคภัยต่างๆ

ช่วยทำให้ร่างกายและจิตใจปลอดโปร่งไร้ความกังวล สร้างจิตสำนึกที่ดีและให้ลำลึกถึงความกตัญญูที่มีต่อบรรพบุรุษ เป็นคตินิยมที่คอยสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย ดังนั้นพิธีกรรมเหล่าจึงได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ให้กลัวต่อความเป็นความตาย เพราะไม่ว่าอย่างไรเราก็จะยังได้อยู่กับบรรพบุรุษและคนในครอบครัว แม้พิธีกรรมรำผีฟ้าจะไม่เป็นที่นิยมแล้ว

เพราะในสมัยนี้มีแพทย์ และหลักการทางวิทยาศาสตร์มารองรับเหตุผลการเจ็บไข้ได้ป่วยของคนแล้ว แต่ว่าก็ยังมีบางส่วนที่ยังคงสืบสานในประเพณีและวัฒนธรรมนี้เอาไว้  แม้จะไม่ได้มีพิธีกรรมนี้เอาไว้เพื่อรักษาแต่ว่าก็สืบสานเอาไว้เป็นศิลปะการแสดงแทน เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้แล้วเข้าใจวิถีชีวิตของบรรพชน

 

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจากเว็บ แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

Continue Reading