การพักผิวหน้าคืออะไร ?

การพักผิวหน้านั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ผิวหน้าของเราที่ถูกทำร้ายจากการใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเป็นส่วนผสมต่าง ๆได้พักผ่อน การพักหน้านั้นจะช่วยทำให้ผิวของเราได้ฟื้นฟูตัวเอง โดยการหยุดใช้เครื่องสำอางทุกชนิดในการแต่งหน้า หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเป็นส่วนผสม และเราจะเห็นได้ถึงผลลัพธ์หลังจากการพักผิวหน้าว่าผิวหน้าของเราดูสดใสขึ้น

การใช้เครื่องสำอางในทุก ๆวันเป็นระยะเวลานาน ๆจะทำให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรกบนใบหน้า และกลายเป็นสิวอุดตัน ถึงแม้ว่าเราจะล้างเครื่องสำอางออกอย่างหมดจดแค่ไหน ถึงอย่างไรก็ยังคงต้องมีสิ่งที่ตกค้างยู่ และการดูดซึมเข้าไปในผิวของเครื่องสำอางในระหว่างวันก็เป็นการทำร้ายผิวหน้าเช่นกัน ดังนั้นหากเรางดการใช้เครื่องสำอางเป็นระยะเวลา 4-7 วัน จะช่วยทำให้ผิวหน้าของเราขจัดสิ่งตกค้างของเครื่องสำอางออกได้อย่างหมดจด และผิวหน้าก็จะดูกระจ่างใสขึ้นนั่นเอง

การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีต่าง ๆบนผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นครีมที่ใช้หรือการทำทรีทเม้นท์บนผิวหน้าต่าง ๆล้วนแต่เกิดการสะสมของสารเคมีบนใบหน้า ในระยะแรกอาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าพอใจ แต่หากเราไม่มีการพักผิวหน้าจากสารเคมีบ้าง จะทำให้เกิดผลกระทบในระยะยาว เช่น อาจเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำจากการตกค้างของสารเคมีได้

การพักหน้าทำได้ง่าย ๆโดยการหยุดการใช้เครื่องสำอางในการแต่งหน้า และผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีทุกชนิด ในการล้างหน้าใช้เพียงแค่โฟมล้างหน้าที่ใช้เป็นประจำทุกวันก็เพียงพอแล้ว และก่อนออกจากบ้านก็ใช้เป็นครีมกันแดดสูตรบางเบา เพื่อป้องกันรังสี UV จากแสงแดดไม่ให้ทำร้ายผิวหน้ามากจนเกินไปเพียงเท่านี้ก็เป็นการพักผิวหน้าแล้ว หรือหากอยากมีการบำรุงผิวหน้าในขณะการพักผิวหน้าก็อาจเลือกใช้เป็นสมุนไพรที่มาจากธรรมชาติในการบำรุง อาทิ เช่น น้ำผึ้ง มะนาว มะเขือเทศ แตงกวา ฯลฯ เป็นต้น ก็สามารถทำได้ในขณะการพักผิวหน้า เพราะสมุนไพรที่มาจากธรรมชาติจะไม่ทิ้งสิ่งตกค้าง และผลข้างเคียงใด ๆกับผิวหน้าอย่างแน่นอน และยังปลอดภัย เกิดอาการแพ้ได้ยากอีกด้วย สามารถใช้ได้ในทุกสภาพผิวไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีผิวมัน ผิวแห้ง ผิวธรรมดา และผิวผสม ส่วนแป้งที่ใช้ในการทาเพื่อให้ผิวหน้าลื่นไม่เหนียวเหนอะหนะนั้นควรเป็นแป้งฝุ่นที่ใช้สำหรับเด็กจะดีที่สุด เพราะไม่ก่อให้เกิดสารตกค้าง และสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขน และควรหลีกเลี่ยงการใช้แป้งตลับในการทาผิวหน้าในช่วงของการพักหน้า

หลังจากการพักผิวหน้า 4-7 วันแล้วจะเห็นได้ถึงผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อแต่งหน้าจะรู้สึกได้ทันทีว่าเครื่องสำอางนั้นติดทนบนใบหน้าได้ง่ายกว่าปกติ และใบหน้ายังดูมีความกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ที่สำคัญก็คือสิวต่าง ๆยังลดลงอีกด้วย ควรมีการพักผิวหน้าเป็นประจำเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อผิวหน้าที่ดีของเรา

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Sexy Gaming

Continue Reading

กลิ่นสตอเบอร์รี่ หนึ่งในกลิ่นน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ายอดนิยม

อีกแล้วกับกลิ่นอันเป็นดั่งผลไม้ประจำชาติ ที่ต้องมีในทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะของใช้ ของกิน และก็ไม่พ้นกับของสูบอย่างบารากุหรือ บุหรี่ไฟฟ้า แบบนี้ ก็คงไม่รอดเช่นกัน น่าจะเป็นกลิ่นผลไม้กลิ่นแรกที่ทำขึ้นมาเลยล่ะ แล้วก็มีหลายยี่ห้ออยู่นะที่ทำน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ากลิ่นนี้

แต่ก็เป็นอย่างที่รู้กันดีสำหรับกลิ่นนี้ เป็นกลิ่นน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีความเป็นผู้หญิงอย่างมาก มันเป็นค่านิยมมาตั้งแต่ไหนแต่ไรล่ะ แบบว่าอะไรก็ตามที่เป็นสตอเบอรร์รี่ ก็จะเป็นอะไรที่เหมาะกับผู้หญิงอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ที่ผมยังเด็ก ไม่ว่าจะเป็นขนม อาหาร น้ำ ลูกอม ไอซกรีม ก็จะเป็นอะไรที่ผู้หญิงเลือกอยู่เสมอ แม้แต่ผู้ชายอย่างเราๆก็ยังไม่ชอบเลือกกลิ่นนี้เลย

เอาที่ชัดๆเลยก็ เสื้อผ้าหรือผ้าเช็ดหน้าอะไรก็แล้ว แม้แต่ตัวการ์ตูน ที่มีลายหรือคาแรคเตอร์เป็นสตอเบอร์รี่ ก็จะเป็นของผู้หญิงเสมอ เอาจริงๆนะไม่เคยเห็นของใช้ท่านชายเป็นรูปสตอเบอร์รี่เลย ดังนั้นแล้วไม่แปลกที่น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านี้จะเป็นกลิ่นผลไม้ที่ขายดีที่สุดของเหล่าสาวๆนักดูดแล้วล่ะ

ผมเคยได้ลองของเพื่อนที่เป็นผู้หญิงอยู่เหมือนกัน ซึ่งกลิ่นก็โอเครนะ ต่างจากเชอร์รี่ที่กลิ่นนี่แหละ แต่รสชาติค่อนข้างจะคล้ายๆกัน ที่มีรสหวานอมเปรี้ยวนั้นเอง ผมก็ต้องบอกเลยว่า ไม่ถูกปากเหมือนกัน น่าจะเพราะความที่มันเป็นหวานแบบเบอร์รี่ๆแบบนี้ ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ แต่ก็ยังดีกว่ากลิ่นยาแก้ไออย่างเชอรี่นะ แต่น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าตัวนี้ก็ขายดีอย่างเสียไม่ได้จริงๆ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นของท่านชาย แต่เหล่าสาวๆทั่วโลกก็ให้ความสำคัญกับกลิ่นนี้มากๆ ทำให้หลายๆยี่ห้อที่ทำกลิ่นผลไม้ ก็ต้องมีกลิ่นนี้มาด้วยเช่นกัน แต่ด้วยความที่เป็นกลิ่นกลุ่มตลาดเพียงสาวๆ นั้นก็ทำให้กลิ่นนี้อาจจะไม่ได้ทำในทุกๆแบรนด์ ก็คงมีให้เลือกที่มีอยู่ในไทยที่ขายอยู่ไม่กี่ยี่ห้อก็ตาม

ไม่ใช่ว่าเป็นน้ำยากลิ่นผู้หญิงแล้วเหล่าผู้ชายจะใช้ไม่ได้ หรือจะไม่ถูกปากทุกคนไปขนาดนั้นหรอกนะ ก็ลองหามาใช้กันดูจะได้รู้ได้ว่าตัวเองจะชอบหรอไม่ชอบอะไรยังไง แต่ถึงอย่างนั้นน้ำยานี้ก็ยังมีความเป็น สตอเบอร์รี่สูงมากๆ อาจจะทำให้ผู้ชายบางท่านรู้สึกว่ามันไม่เหมาะกับความเป็นชายนี้นะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำยากลิ่นอะไร จริงๆแล้วไม่มีเหมาะหรือไม่เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใครทั้งนั้นแหละ

Continue Reading

City Hall ช็อปปิ้งมอลล์สุดเอกซ์คลูซีฟ

RAFFLE HOTEL ARCADE ช็อปปิ้งมอลล์สุดเอกซ์คลูซีฟ ภายในอาคารอนุรักษ์สีขาวแห่งนี้เป็นที่ตั้งของแบรนด์ดังและร้านอาหารมากมายเลย มาได้ง่ายๆ แค่ลงสถานี Esplande ทางออก F เปิดทุกวัน 10.00 ถึง 19.00

 เรามาพูดถึงร้าน Raffles Hotel Gifts Shop เป็นร้านขายของที่ระลึกของโรงแรมระดับตำนาน Raffles Hotel สินค้าหลายชิ้นดูน่าใช้และซื้อหามาสะสม โดยมีไฮไลต์เป็นนาฬิกา Jaeger-Le Coultre รุ่นที่ออกแบบสำหรับฉลองครบรอบ 125 ปีของโรงแรม สินค้าอื่นๆที่น่าสนใจยังมีกระเป๋าผ้าและกระเป๋าถือที่ได้บาร์บารา ริห์ล Barbara Rihi ดีไซเนอร์กระเป๋าชื่อดังจากปารีสมาช่วยออกแบบให้อีกด้วย ถ้าไม่ใช่ Raffles Hotel คงไม่สามารถผลิตสินค้าเก๋ได้ถึงเพียงนี้แน่นอน ที่นี่ก็เปิดทุกวันตามเวลาร้านอาหารที่โรงแรมเลย 10.00 ถึงทุ่มนึง

Front Row เป็นร้านขายสินค้าแฟชั่นรวมแบรนด์ร้านนี้เป็นที่รู้จักกันดีของแฟชั่นนิสต้าสิงคโปร์ เจ้าของร้านเป็นลูกครึ่งไทยกับสิงคโปร์ เธอเลยนำเข้าหลายแบรนด์ดังจากบ้านเรา เช่น Fly Now และ Ek Thongprasert ถึงแม้ในวันนี้จะมีหลายร้านขายสินค้ารูปแบบใกล้เคียงกัน แต่ Front Row ก็ยังเป็นแถวหน้าของแฟชั่นนิสต้าสิงคโปร์สมชื่อ ร้านนี้จะเปิดทุกวันตอนเที่ยงถึงสองทุ่มนะจ่ะ

Sunny Hills เป็นร้านเค้กสับปะรดที่อร่อยระดับโลกเลย เราเห็นโปสเตอร์ของร้านติดอยู่ที่ชั้นล่างจึงสาวเท้าขึ้นไปทันที Sunny Hills เป็นแบรนด์ดังจากไต้หวันและเปิดเพียงสาขาเดียวในสิงคโปร์ เป็นขนมที่ชาตินี้ต้องลองกินสักครั้ง ถึงแม้ว่าสำหรับคนไทยคงเหมือนขนมปี๊บ แต่เกรดมันต่างกันมากๆ ภายในร้านขายสินค้าสามอย่าง ได้แก่ เค้กสับปะรด น้ำสับปะรด และชาอูหลงร้าน

ลูกค้าหลายคนจึงแอบหนีความวุ่นวายมานั่งจิบชาละเลียดเค้กสับปะรดของที่นี่ ช่วงเทศกาลจะขายดิบจายดีมากๆ กล่องละ 15-50 เหรียญ เก็บไว้ได้นานถึงสองสับปะดาห์เลย แต่ก็แต่นำให้กินเร็วๆ จะได้ไม่เสียรสชาติ ร้านนี้ในวันอังคารถึงเสาร์จะเปิดเวลา 11.00 ถึงสองทุ่ม แต่วันอาทิตย์กับจันทร์นั้นจะเปิดถึงแค่หกโมงเย็นเท่านั้น เป็นการเปิดปิดที่แปลกๆหน่อย 

 

Continue Reading

เมื่ออากาศที่ร้อนเราก็ต้องหาวิธีในการคลายร้อน  

เมื่อเราต้องพูดถึงหน้าร้อนหลายคนนั้นรู้สึกเหมือนว่าตัวเองแทบไม่อยากที่จะให้เกิดขึ้นเพราะว่าอากาศที่ร้อนทำให้เรารู้สึกมีเหงื่อที่ออกและทำให้เรามีกลิ่นตัว  รวมไปถึงการที่เราต้องเป็นสิว  ไปไหนก็มีอากาศที่ร้อนทำให้เรารู้สึกว่าเราเกิดอารมณ์หยุดหงิด เข้าไปอีกทั้งทำให้เรารู้สึกไม่อยากที่จะพูดคุยกับใครเพราะว่าเราเกิดอาการที่หงุดงิดเพราะว่าอากาศที่ร้อนทำให้หลายคนรู้สึกว่าบ้านเรามีแต่อากาศที่ร้อนเราก็ต้องทำตัวให้รู้สึกว่าเราอารมณ์ดีและพยายามที่จะไม่เครียดเพราะว่าถ้าเราเครียดจะทำให้เราควรที่จะหาอะไรทำให้เราไม่เครียดและทำให้เรารู้สึกว่าเราอารมณ์ดี  และก็หาวิธีในการที่เราคลายร้อนกัน  

       วิธีการที่เราคลายร้อน  เมื่อเราอยู่บ้านโดยที่เราไม่ได้มีแอร์เราก็ต้องทำตัวให้เราคลายร้อนอย่างเช่นการที่เราเล่นน้ำลงเล่นน้ำในอ่างกับลูกๆอย่างน้อยๆเราจะได้สร้างความสัมพันธุให้กับครอบครัวอีกด้วย    .

หรือว่าเราจะหาวิธีในการที่คลายร้อนอย่างเช่นการที่เราหาอะไรกินเย็นอย่างเช่นไอติม  หรือว่าน้ำแข็งใสอย่างนี้เป็นต้นหรือว่าเราจะกินไอติมปั่น  หรือว่าน้ผลไม้ปั่นอย่างนี้เป็นต้น  เพราะว่าการที่เรากินอะไรที่เย็นก็สามารถที่จะคลายร้อนเราได้  และอีกอย่างเราจะได้ไม่เกิดอารมณ์ที่แปรปวนด้วยเพราะว่าการที่เราไม่ยอมที่จะกินไอติมหรือว่าของเย็นก็อาจจะทำให้เรารู้สึกว่าไม่ชื่นใจ 

แต่ถ้าเราต้องการที่จะขายของเย็นเพื่อที่จะเป็นอาชีพเสริมนั้นก็ได้เราก็ขายที่หน้าบ้านของเรานั้นก็ได้เพราะว่าการที่เราขายของเราก็จะได้เงินเพิ่ม หรือว่าเราก็จะได้กินของที่หวานและเย็นนั้นด้วย  เปรียบเหมือนทำกินเองแถมได้ขายด้วย

         หรือเราจะเลือกวิธีในการที่เราประหยัดหน่อยแบบที่เราไม่ต้องเปิดแอร์อย่างเช่นการที่เราทำน้ำฝนที่บนหลังคา  เราก็จะได้อากาศที่เย็นและเหมือนว่าบ้านของเรามีบ้านเดียวที่ฝนนั้นตก  ทำให้เราเย็นและทำให้ใครที่ขับรถผ่านมานั้นก็จะได้บ้านที่เย็นตามมาด้วย  และเราเชื่อว่าการที่เราเอาน้ำติดบนหลังคาจะช่วยในเรื่องของการที่เราคลายความร้อนนั้นได้เลย

   แต่ว่าการที่เราเอาน้ำติดบนหลังคาเราต้องเสียกับค่าน้ำที่เราเปิดทำน้ำนั้นไหลแต่ถ้าเราทำเป็นน้ำที่เปิดไหลมาจากบนหลังคาแล้วเอาน้ำนั้นไปรถต้นไม้นั้นเราก็จะได้ทั้งสองต่อเลย

 

Continue Reading

ตลาดนัด

 ตลาดนัดเป็นตลาดที่ชาวบ้านจัดตั้งขึ้นเป็นเหมือนกับชุมชนเล็กๆที่นำของมาขายและเกิดการพัฒนาเป็นตลาดใหญ่ใหญ่ในปัจจุบันที่เราเห็นกันอยู่ตลาดนัดก็เป็นแหล่ง Shopping อีกอย่างหนึ่งที่ Shopping ของกินมีทั้ง อาหารคาวอาหารหวาน ของสด เช่น ไก่สด ปลาทู ปลาต่างๆ มีของกินมากมายหลายหลายอย่างซึ่งตลาดในปัจจุบันก็จะเป็นตลาดใหญ่ๆ ส่วนตลาดเล็กๆก็จะเป็นพวกตลาดระดับหมู่บ้าน ในตลาดของหมู่บ้านก็จะเป็นพวกผักสดของกินเล่นของเด็กก็จะเป็นพวกเครป ลูกชิ้นทอด เเละส่วนของกับข้าวที่ซื้อไปทำกินเองก็ เช่น ไก่สด หมูบดต่างๆ

เเละพวกเเกงต่างๆที่ใส่ถุง ส่วนตลาดที่ใหญ่ๆมาขึ้นมาหน่อย ก็จะเป็นตลาดที่มีพื้นที่กว้างมีของขายหลากหลายเยอะแยะเช่น แกงถุงใส่ถุงร้อนต่างๆราคาก็ไม่เกิน 50 บาท มีทั้งแกงหมู แกงไก่ และพวกของผัดต่างๆเช่นผัดพริกแกงปลาดุก ส่วนพวกอาหารอีสานก็จะมีลาบ น้ำตก บางตลาด ก็จะมีพวกยำขายด้วย

ก็จะมียำต่างๆที่กำลังฮิตกัน มีชานมไข่มุก มีเสื้อผ้าแฟชั่นสวยๆขาย บางตลาดก็จะราคาเเตกต่างกัน มีของใช้ขายก็มี บางร้านมีปากกา มีอุปกรณ์สำหรับนักเรียนมาขาย มีร้านกิฟช็อปขาย ก็จะขายพวก หนังยาง โบว์ผูกผม หนังยางแฟชั่นลายการ์ตูนต่างๆ ต่างหู สร้อย เเหวน นาฬิกา กระเป๋าตังค์ เสื้อผ้ามือสอง เสื้อผ้าเด็ก เสื้อผ้าผู้ใหญ่ และมีผ้าปูที่นอน ผ้าม่าน หมอนไห้เลือกซื้อหลากหลายอย่าง เเละยังมีเครื่องสำอางต่างๆที่ผู้หญิงหลายๆคนไม่มีเวลาไปห้าง ในตลาดก็จะมีขาย เลือกร้านดีๆ 

ก็สามารถได้คุณภาพเหมือนในห้างสรรพสินค้าเลยก็ได้ ในตลาดนัดบางที บางจังหวัด อาจจะมีทุกวัน หรือ บางตลาดใหญ่ๆ ก็อาจจะจัด4-5วันก็ว่ากันไป เเต่ถ้าในเขตชุมชนนั้นมีหลายๆตลาด ก็จะจัดวันนี้อีกตลาดนึง พรุ่งนี้ตลาดนึง มะรืนอีกตลาดหนึ่งก็เป็นไปก็ได้ เเต่ทุกๆตลาดไม่เหมือนกันทั้งหมด

เพราะบางตลาด อาจจะไม่ได้ขายพวกเครื่องสำอาง เเละเสื้อผ้ามือ2ก็ได้ เพราะบางตลาดเขาจำกัดพื้นที่ ถ้าพื้นที่ตลาดน้อย ก็อาจจะจัดเเค่โซนกับข้าวเเละโซนผักสดเท่านั้น เเต่ถ้าตลาดใหญ่ๆ อย่างเช่นพวก ตลาดถนนคนเดิน ก็อาจจะมีทั้งสัตว์เลี้ยงต่างๆมาขาย เคสโทรศัพท์สวยๆ อาหารหลากหลายที่เเปลกตา เเละร้านเสื้อผ้าแฟชั่นถูกๆหลายๆร้าน มีเสื้อผ้าที่เเปลกใหม่ มากกว่านี้

หรือ มีของกินที่น่ากินมากกว่าตลาดเเถวบ้าน ซึ่งตลาดเล็กกับตลาดใหญ่ๆ ย่อมไม่เหมือนกันอยู่เเล้ว เเละก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของเราด้วยว่าจะชอบเดินตลาดเเบบไหน จะซื้อกับข้าวเเล้วกลับ หรือเดินซื้อของในตลาดใหญ่ๆเพลินๆ เพราะตลาดในปัจจุบัน มักจะใหญ่เเทบทั้งหมดเเล้ว เเละมีของหลากหลายไห้เราได้เลือกซื้ออีกด้วย

 

Continue Reading

เคล็ดลับการออมเงินให้อยู่

ไม่ใช่สำหรับทุกคนเลยที่คิดว่าการเก็บเงินนั้นเป็นเรื่องง่าย เมื่อเปรียบเทียบกับการเอาเงินออกไปใช้ ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หลายๆคนจึงเลือกการพยายามหาเงินให้เยอะๆเพื่อนำมาใช้ แต่ไม่เคยแบ่งเก็บเลย ในวันหนึ่งเราอาจจะเหนื่อยกับการหาเงินมาหมุนใช้ในแต่ละวัน การมีเงินเก็บนั้นจะเป็นวิธีที่ช่วยเราได้ เราควรมาทำให้การออมเงินเป็นสิ่งที่ควรทำ ทำให้เป็นเรื่องน่าสนุก เพื่อทุกคนจะได้หันมาสนใจการเก็บออมเงินกัน กับวิธีการง่ายๆไม่น่าเบื่อที่ช่วยเรามีเงินเก็บ

1.ลองเก็บเงินตามวันที่

อย่างเช่น วันที่ 1 เก็บเงิน 1 บาท วันที่ 2 เก็บเงิน 2 บาท ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 1 เดือน คือ 30 วัน ใน 1 เดือนเราจะมีเงินเก็บประมาณ 465 บาท และใน 1 ปี จะมีเงินเก็บประมาน 5,580 บาท แล้วเริ่มเก็บใหม่ในเดือนถัดไปโดยใช้การเก็บเงินตามวันนี้เหมือนเดิม จะทำให้เราสนุกไปกับเก็บเงินอย่างมาก

2.เก็บเงินทุกครั้งที่เงินเดือนออก

เมื่อถึงวันที่เงินเดือนออก ให้เก็บไว้ก่อนเลย 20%-25% ของเงินเดือน เป็นการเก็บเงินก่อนใช้ สมมติว่าได้เงินเดือน 15,000 บาท เก็บ 20% คือ 3,000 บาท ทำวิธีนี้ทุกๆเดือนครบ 1 ปี ก็จะมีเงินเก็บ 36,000 บาท

3.เศษจากเงินเดือน

เก็บเศษจากเงินเดือนคือ ทำให้เงินเป็นเงินแบบเต็มจำนวนที่มีเลขศูนย์ อย่างเช่น ได้รับเงินเดือน 15,350 บาท ก็จะเก็บเศษ 580 บาท การเก็บเงินในลักษณะนี้ให้ดูค่าใช้จ่ายของตนเองด้วย ถ้าหากเรามีฐานเงินที่ดีสามารถเก็บเงินจากเศษเงินเดือนได้มาก เช่น เงินเดือน 21,150 บาท ก็สามารถเก็บเศษได้เลย 1,150 บาท เก็บตามความเหมาะสม หากเก็บไปในระยะยาวเรื่อยๆก็จะสามารถกลายเป็นเงินก้อนโต

4.ใช้เท่าไหร่ เก็บเท่านั้น

วิธีการเก็บเงินแบบนี้ให้นำรายจ่ายฟุ่มเฟือยในแต่ละวันเป็นหลัก เช่น วันนี้เราซื้อกางเกงไป 320 บาท ก็เก็บเงิน 320 บาท เท่ากับเงินที่ใช้จ่ายไป ถ้าหากว่าเรายิ่งใช้เงินฟุ่มเฟือยเท่าไหร่ ก็จะยิ่งต้องเก็บมาก เป็นการเก็บเงินหลังใช้ เพราะเรายิ่งใช้เยอะ เราต้องมีวินัยในการเก็บเงินให้เยอะขึ้นได้ด้วย

5.เก็บแบงค์50

เป็นวิธีที่ทำให้เรามุ่งความสนใจไปที่แบงค์50 เป็นเพราะแบงค์นี้เรามักจะไม่ได้เจอหรือได้รับเป็นเงินทอนสักเท่าไหร่ เลยดูเหมือนแบงค์ที่หายาก ทำให้รู้สึกอยากเก็บสะสม เช่น ถ้าหากเราได้รับเงินทอนเป็นแบงค์50 ใน 1 อาทิตย์ ได้รับ 2 ใบ 1ปี มี 52 สัปดาห์ ก็จะได้มีเงินเก็บประมาณ 5,200 บาท

 

Continue Reading

เวียร์ ศุกลวัฒน์ หนึ่งในดาราที่เลิกบุหรี่ได้จริง

ดาราคนนี้ ยังเป็นที่เห็นหน้าเห็นตากันอยู่ตลอด กับข่าวเยอะแยะมากมายไม่มีหมดจริงๆ มีทั้งเรื่องดีๆ แล้วก็เรื่องซุบซิบนินทา อย่างไรก็ตาม พี่เวียร์ ดาราผู้ได้รับบทเป็นพระเองหลายต่อหลายเรื่อง ก็ได้พบรักกับดาราสาวระดับท็อปๆของประเทศอยู่ตลอดเว ช่างหน้าอิจฉายิ่งนัก ยิ่งล่าสุดก็เป็นคู่กับเบลล่า ดาราหญิงสาวที่ฮอตที่สุดจากหนังที่ดังจนฉุดไม่อยู่อย่างเรื่อง บุพเพสันนิวาส ที่ทำเอาคนทั้งประเทศต่างคลั่งดูกันแบบเป็นบ้าเป็นหลัง ติดหนึบยิ่งกว่าการติดซีรี่ย์เก่าหลีซะอีก จะไม่ให้คนไทยทั้งประเทศอิจฉาได้ยังไงกันล่ะ

เพราะคนไทยทั้งประเทศกำลังหลงนางเอกเบลล่าผู้นี้อย่างหัวปักหัวปำเลยยังไงล่ะ แต่ก็ไม่วายมีข่าวแย่ๆเรื่องมือที่สามซะอย่างนั้น ทำเอาหนุ่มทั้งประเทศจะโมโหมากเลยท่าท่านพระเอกสุดหล่อทั้งสาวคนนี้ได้ลงคอ แต่สุดท้ายก็คลีคลายไปได้ด้วยดีนะ

แล้วพี่เวียร์ของเรานี้ ไปเริ่มติดบุหรี่จากไหนล่ะ ก็พูดยากนะ ดาราสุดป๊อปของประเทศ ติดเที่ยวติดสังสรรค์อย่างแน่นอน แล้วนั้นก็ทำให้เขาคนนี้กลายเป็นคนที่ ดื่มหนักและสูบหนักมากคนนึงเลยทีเดียว เขานั้นมีปัญหาเรื่องการดื่มและการสูบอยู่มานานมากแล้ว เรียกได้ว่าไม่ต้องนับกันเลยว่าสูบกันมาทั้งหมดกี่ปี แต่ก็เยอะพอที่จะทำให้พี่เวียร์ของเราเริ่มรู้ตัวแล้วว่า การสูบบุหรี่นั้นมันสร้างปัญหาทั้งทางด้านร่างกายกับทางด้านการทำงานอย่างมากเลยทีเดียว ในเรื่องร่างกายใครๆที่ได้ทำงานกับพระเองสุดหล่อของเราแล้วบอกว่า เขานั้นมีกลิ่นปากที่ไม่น่าเข้าใกล้มากๆ

เพราะบุหรี่นั้นแหละ แล้วลองนึกดูท่าพี่แกกำลังแสดงหนังแล้วมีกลิ่นนี้ ก็กลายเป็นการทำให้นางเอกของเรานั้นไม่อยากร่วมฉากเลิฟซีนกับพระเอกของเราอย่างนั้นแน่นอนเลย นั้นทำให้เขานั้นก็ได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เพื่อทั้งสุขภาพและทั้งการงาน การเข้าฉากที่จะไม่ทำให้เขานั้นโดนคนในกองรังเกลียด และกล้าพอที่จะเข้าใกล้ร่วมฉากด้วย แต่ในที่สุดแล้วพี่เวียร์ของเราก็ทำได้ เขาก็ได้เลิกบุหรี่ได้จริงๆ จากแรงพลักดันด้านการใช้ชีวิตที่เขาตระหนักได้ถึงปัญหาที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนเขานั้นไม่สามารถเผิกเฉยต่อไปได้

ก็ถือเป็นตัวอย่างที่ดีๆมากๆ ที่เป็นการนำการใช้ชีวิต และการงาน มาทำให้เรื่องการเลิกบุหรี่นั้นเป็นจริงๆได้ ซึ่งเอาจริงๆแล้วอาจจะยากมากกว่าการโดนครอบครัวบังคับนะ

 

สนับสนุนเรื่องราวต่างๆโดย  จุดอ่อนบาคาร่า

Continue Reading

หลวงพ่อโสธร

ประวัติความเป็นมา

หลวงพ่อโสธร เป็นพระพุทธรูปที่สำคัญของชาวแปดริ้ว เป็นที่ยึดเหนียวจิตใจ และเมื่อมีเรื่องทุกข์ใจก็จะไปบนบานว่ากล่าว หรือขอร้องท่านให้เรื่องที่จะทำประสบผลสำเร็จ เมื่อในสมัยโบราณได้มีคนเล่าว่า หลวงพ่อพุทธโสธรได้ลอยน้ำมาด้วยกันสามองค์และเมื่อลอยน้ำมาได้มีชาวบ้านเห็นและอยากได้ให้ขึ้นมาประดิษฐาน ก็พยายามใช้เชือกคล้ององค์แล้วลากเข้าแต่ก็ไม่สำเร็จ ปละได้แสดงปาฎิหาริย์ ด้วยการลอยน้ำขึ้นมา และวันบริเวณนั้นมีการเรียกว่าวัดสามพระทวน และได้ลอยมาถึงหน้าบริเวณวัดโสธรในปัจจุบัน จึงได้จัดให้มีพิธีบวงสรวง และได้อัญเชิญขึ้นมาได้สำเร็จและเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวแปดริ้วตั้งแต่นั้นมา ส่วนพระอีก 2องค์ก็ได้ลอยไปปละได้มีการอัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่วัดหลวงพ่อโต วักบางพลี ปละอีกองค์ได้ลอยน้ำไปไกลถึงสมุทรสงครามและได้ถูกอัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่วัดบ้านแหลมและได้ชื่อว่า หลวงพ่อบ้านแหลมมาจนถึงปัจจุบัน

ปาฎิหาริย์ของหลวงพ่อโสธร

นามมาแล้วได้มีเรื่องเล่าว่าในสมัยนั้นได้เกิดมีการฝนแล้ง ข้าวยากหมากแพง และได้เกิดมีโรคระบาดและมีคนเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก บางคนก็ย้ายตัวเองออกจากเมืองนี้ บางคนที่ไปไม่ไหวก็ต้องนอนรอความตายกันเลย แต่ได้มีชายผู้หนึ่งที่ไม่มีหนทางไปไหน จึงเข้าไปในวัดหลวงพ่อได้จุดธูปบนบานขอความคุ้มของจากหลวงพ่อโสธร ให้ตนนั้นหายจากโรคภัยนี้ด้วยและได้นำเอาดอกไม้ที่แห้งแล้วในวัด ขี้ธูปที่อยู่ในกระถางและน้ำมนต์ของหลวงพ่อมาต้มกินจนมีอาการดีขึ้นและหายจากการเจ็บป่วย และได้มีการนำของไปถวายให้ท่านจัดให้มีการสมโภช จึงเป็นที่เรื่องลือในความศักดิ์สิทธิตั้งแต่นั้นมา มาจนถึงยุคปัจจุบันได้มีการบนบานหลวงพ่อพระพุทธโสธรกันอย่างมาก

มาจนถึงยุคปัจจุบัน ก็ยังได้ยินปาฎิหาริย์ของหลวงพ่อโสธรอยู่เรื่อยๆ ยังเรื่อคนขับแทกซี่ได้มีการรับผู้โดยสารไปส่งและได้เกิดการโดนลูกหลงเกิดขึ้น โดยการที่โดนยิงฝั่งคนขับกระสุนไม่ถูกใครในรถเลยสักคน และกระสุนได้ฝังอยู่ทางประตูคนขับ2นัดและโดนกระจกแตก1นัดและได้เฉียดตังเองไปห่างแค่10เซนเอง หลังจากรอกตายครั้งนี้แล้วได้บอกเล่าว่าตนนั้นได้แขวนพระพุทธโสธรรูปหล่อชองหลวงพ่อโสธรปี2500ไว้ติดตัวตลอดจึงทำให้รอดตายจากเหตุครั้งนี้ได้

เรื่องที่เกิดขึ้นไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ แต่ถ้าใครอยากหาหลวงพ่อโสธรไว้คุ้มครองก็ลองไปสักการบูชาได้ที่วัดโสธร เพราะมีหลายรุ่นหลายแบบให้ได้เลือกมาบูชา

 

Continue Reading

ข่าวเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผูกคอตาย

มีข่าวมาจากจังหวัดเชียงใหม่ว่ามีเด็กนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผูกคอตายในห้องน้ำที่โรงเรียนนั้น จากการสอบถามข้อมูลพ่อและแม่ของเด็กทราบมาว่าครอบครัวของเด็กหญิงมีทั้งหมด 4 คน คือ พ่อ แม่ พี่สาวอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และน้องที่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งปกติน้องแล้วน้องจะเป็นเด็กร่าเริง สนุกสนาน พูดคุยเก่ง ชอบร้องเพลง

แต่มาระยะหลังๆพ่อสังเกตเห็นว่าน้องมีหน้าตาที่เศร้าหมองลง มีอยู่วันหนึ่งพ่อได้ถามน้องว่าเป็นอะไร เพราะน้องดูเศร้ามาก ซึ่งน้องได้เล่าให้พ่อฟังว่า น้องถูกเพื่อนที่โรงเรียนทำร้าย โดยเพื่อนมักจะล้อว่าน้องจน ตัวเตี้ยและตัวดำ ซึ่งวันที่พ่อสอบถามน้องนั้นน้องเพิ่งถูกเพื่อนนักเรียนชาย 3 คนรุมทำร้ายด้วยการลากตัวน้องไปครึ่งสนามฟุตบอลแล้วเด็กชายสองคนพากันเหยียบแขนน้องกันคนละข้างส่วนอีกคนเอาเท้าเหยียบหน้าน้อง ซึ่งตอนนั้นมีเพื่อนคนหนึ่งพยายามเข้ามาช่วยน้องแต่ก็โดนเด็กเกเรทั้งสามคนต่อว่าและถ่มน้ำลายใส่หน้า

ซึ่งขณะนั้นน้องได้วิ่งไปหาครูให้ครูช่วย โดยครูได้บอกให้เด็กทั้งสามคนขอโทษน้องและให้สัญญาว่าจะไม่รังแกน้องอีก ซึ่งเมื่อพ่อได้ยินแบบนั้นก็ไลน์ไปถามครูที่โรงเรียน ซึ่งครูก็ตอบกลับมาว่า เด็กเล่นกัน แต่อาจเล่นแรงไปหน่อยโดยครูได้จัดการให้เด็กทั้งสามคนขอโทษน้องเรียบร้อยแล้ว แต่นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เด็กหญิงมักจะมาเล่าให้พ่อกับแม่ฟังเสมอว่าถูกเพื่อนล้อ เพราะที่บ้านจน ซึ่งจนมาวันนี้ที่น้องไปโรงเรียนแล้วอยู่ๆน้องก็ขอครูไปห้องน้ำแต่เพื่อนเห็นว่าน้องไปนานจึงได้ตามไปและไปพบว่าน้องผูกคอตายในห้องน้ำ จึงได้ช่วยกันพาน้องมาส่งที่โรงพยาบาล

ซึ่งจากการสอบถามจากเพื่อนถึงสาเหตุว่าทำไมน้องผูกคอตาย เพื่อนบางคนก็บอกว่าน้องไปแอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่งอีกโรงเรียนหนึ่งซึ่งน้องได้ซื้อตุ๊กตาไปให้รุ่นพี่คนนั้น แต่รุ่นพี่ไม่สนใจไม่รับตุ๊กตาซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้น้องเสียใจและฆ่าตัวตายได้

อย่างไรก็ดีเหตุการณ์นี้ยังไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัด แต่การที่เด็กเล็กๆมีการดูถูกเพื่อนและพากันทำร้ายเพื่อนเพียงเพราะเพื่อนมีฐานะยากจน หรือรูปร่างไม่สวยนั้น ถือว่าตอนนี้เด็กในสังคมไทยกำลังมีปัญหาการเหยียดเพศ การเหยียดผิว และเป็นการดูถูกคน ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองควรจะต้องมีการอบรมสั่งสอนไม่ให้ลูกของตนเองมีนิสัยดูถูกคนแบบนี้เพราะผลเสียที่ตามมาสำหรับเด็กที่โดนดูถูกนั้นใหญ่หลวงมากนัก เราควรมีการปลูกฝังค่านิยมให้ถูกต้องกับเยาวชนเหล่านี้เพื่อที่โตขึ้นมาจะได้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

Continue Reading

ข่าวเตือนกลุ่มนักท่องเที่ยว

ข่าวเตือนกลุ่มนักท่องเที่ยว ไปเที่ยวเขาใหญ่อย่าเอาสุราไปด้วย

                          ได้มีการโพสต์เฟสบุ๊กเตือนจาก ชมรมคนรักสัตว์ – ป่า ว่าเวลาไปเที่ยวที่เขาใหญ่ของดการนำเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์เข้าไปด้วยเพราะเพิ่งมีเหตุการณ์นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเขาใหญ่กำลังกินเบียร์กระป๋องแล้วเกิดปวดฉี่กะทันหัน นักท่องเที่ยวคนนั้น จึงได้วางกระป๋องเบียร์ไว้ท้ายรถ แล้วลงไปฉี่ ซึ่งมีลิงที่เขาใหญ่ผ่านมาตรงนั้นพอดี มันจึงหยิบกระป๋องเบียร์ไปแล้ว นำไปดื่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่ชมรมได้ถ่ายภาพลิงกำลังดื่มเบียร์มาโพสต์ด้วย พร้อมระบุเพิ่มเติมว่าการมาเที่ยวเขาใหญ่กันในครั้งนี้ทางชมรมขอร้องนักท่องเที่ยวทุกท่าน 4 ข้อคือ ไม่ทิ้งขยะ  ไม่ให้อาหารสัตว์ทุกชนิด ไม่ขับรถเร็วและขอให้ไม่ส่งเสียงดัง

     ซึ่งข้อความดังกล่าวกำลังมีการแชร์ต่อกันไปเรื่อยๆ  ซึ่งการแชร์ข่าวสารแบบนี้ถึงว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนควรจะแชร์ส่งต่อๆกันไป เพื่อให้ใครก็ตามที่คิดจะไปพักผ่อนที่เขาใหญ่จะได้ระมัดระวังใน 4 เรื่องดังกล่าว

  1. ไม่ควรส่งเสียงดัง เพราะตอนนี้เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวเขาใหญ่กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งที่เขาใหญ่จะมีสัตว์ป่าอยู่มากมาย หากนักท่องเที่ยวแต่ละคนไปส่งเสียงดังอาจจะทำให้สัตว์ป่าบางตัวตกใจหรือรำคาญและหากมันหงุดหงิดมันอาจมาทำร้ายนักท่องเที่ยวได้ ตัวอย่างเช่น ช้าง ซึ่งบางตัวหากมันอยู่ในช่วงตกมัน  มันมักจะมีอารมณ์รุนแรงหงุดหงิดง่าย และใครก็ตามที่ไปเที่ยว
  2. ไม่ควรขับรถเร็ว เพราะอย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าที่เขาใหญ่จะมีสัตว์ป่าเยอะ และสัตว์ป่าพวกนี้จะคิดว่าที่นี่คือบ้านของเขา ดังนั้นเขาจะเดินไปไหนมาไหนก็ได้ ซึ่งปกติเราจะพบ ช้าง กวาง เดินกลางถนนบ่อยครั้ง ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวขับรถมาด้วยความเร็วอาจจะชนสัตว์ทำให้มันได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้
  3. ไม่ควรทิ้งขยะ  การที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวแล้วนำอาหารมารับประทานด้วยควรมีการจัดเก็บเศษถุงอาหารให้เรียบร้อย เพราะสัตว์ป่าเหล่านี้จะไม่รู้ว่าอะไรกินได้หรือไม่ได้ บางครั้งพวกมันอาจเผลอกลืนถุงพลาสติกลงท้อง ทำให้มันเสียชีวิตได้เช่นกัน
  4. ไม่ควรให้อาหารสัตว์ เพราะสัตว์ป่าควรหาอาหารกินตามวิถีชีวิตของมันหากเราให้อาหารแล้วมันเกิดความเคยชิน มันจะไม่หาอาหารเอง และเมื่อไหร่ก็ตามที่นักท่องเที่ยวไปเที่ยวอาจจะโดนสัตว์เหล่านี้มาแย่งอาหารไปได้ หรือหากคนไม่นิยมเที่ยวเขาใหญ่แล้วสัตว์ที่เคยชินกับคนนำอาหารมาให้อาจอดตายได้เพราะพวกมันจะลืมวิธีหาอาหารกินเอง และที่สำคัญหากอาหารที่เราป้อนสัตว์ไปเกิดมีผลต่อระบบกระเพาะของสัตว์ อาจทำให้สัตว์ตายเหมือนกัน

                 ดังนั้นการไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ตาม ควรจะมีการรักษากฎระเบียนของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนั้นอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียตามมาได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

Continue Reading