รักจากระยะไกลให้อะไรเรา?

“Distance means nothing when you mean everything = ระยะทางไม่มีความหมาย เมื่อคุณคือความหมายสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง หลายๆคนคงเคยได้ยินประโยคคำคมข้างต้นกันมาไม่มากก็น้อย ความหมายของประโยคดังกล่าวก็สุดแสนจะประทับใจเหมาะกับคู่รักระยะไกลมาก เมื่อระยะทางที่ไกลสุดขอบฟ้าก็ไม่อาจจะมีความหมายอะไรได้

ถ้าคนๆหนึ่งที่คุณรอมีความหมายกับคุณมากพอ ฟังดูออกจะน้ำเน่า แต่ในความเป็นจริงของคู่รักที่ต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มันกลับเป็นเรื่องที่ตรงและจริงเป็นที่สุด การที่ต้องอยู่ไกลจากคนรักไม่ว่าจะด้วยถิ่นกำเนิด สถานที่อยู่ ภาระ หน้าที่การงาน หรือเหตุผลอะไรก็ตามที่ทำให้คุณต้องอยู่ไกลจากคนรักมันก็หาใช่เหตุผลที่จะทำให้คุณหมดรักได้ ถ้าคนนั้นๆเป็นคนที่ใช่สำหรับคุณ วันนี้เราจึงอยากมาจะนำเสนอสิ่งที่คุณจะได้จากระยะไกล…

  1. เวลาเป็นสิ่งสำคัญเมื่ออยู่ด้วยกัน

การที่จะต้องอยู่ไกลกันทำให้ไม่สามารถใช้เวลาอยู่ด้วยกันได้เป็นปกติ เวลาที่ต้องมาเจอกันแต่ละครั้งจึงเหมือนเป็นเวลาอันแสนล้ำค่าที่คุณจะละเมียดละไมกับการใช้เวลาอยู่กับคนรักอย่างมาก จะเทียบให้เห็นภาพก็คงเหมือนกับการที่คุณค่อยๆบรรจงกินอาหารจานโปรดที่สุดแสนจะราคาแพงแต่แสนอร่อยให้นานและคุ้มค่าที่สุดเพราะกลัวว่าอาหารจานโปรดนั้นจะหมดไวเกินไป การใช้เวลาอยู่กับคนรักของคุณก็คงไม่ต่างกัน คุณคงต้องใช้เวลาให้คุ้มค่าและสร้างความทรงจำในช่วงเวลาระยะสั้นๆนั้นให้มีค่าและงดงามที่สุด เมื่อต้องอยู่ไกลกันคุณก็จะมีภาพความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันกลับมาฉายให้หายคิดถึง 

  1. ความอดทนและความซื่อสัตย์เป็นของราคาแพง

ความอดทนและความซื่อสัตย์เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยสำหรับรักระยะไกล เพราะการที่จะต้องอยู่ห่างจากคนรักย่อมทำให้คุณเหงา อ้างว้าง ต้องการใครสักคนอยู่ข้างๆ การที่จะผ่านปัญหาเหล่านี้ไปได้คุณจะต้องมีความอดทนต่อความเหงา อดทนต่อระยะเวลาที่ไม่ตรงกัน อดทนต่อระยะทางที่ห่างไกลกัน เมื่อคุณอดทนกับปัญหาเหล่านี้ได้ความซื่อสัตย์ก็จะเป็นสิ่งที่คุณจะเลือกกระทำเป็นอันดับแรกเมื่อมีใครพยายามจะเข้ามาแทรกกลางความสัมพันธ์ของคุณ อาจจะเป็นเรื่องยากหากมีคนมาทำดีกับคุณ อยู่ข้างๆคุณในตอนที่คุณต้องการใครสักคน แต่ถ้าคุณมีความอดทนต่อสิ่งเร้าทั้งหลายมากพอ คุณก็จะไม่หวั่นไหวไปกับอะไรง่ายๆ ความอดทนและความซื่อสัตย์จึงถือเป็นของขวัญราคาแพงสำหรับคู่รักทุกคู่ ไม่ใช่เพียงคู่รักระยะไกล ถ้าคุณอยากได้ความสัมพันธ์ที่ดี ของขวัญสิ่งแรกที่คุณควรจะจ่ายเงินซื้อให้คนรักก็คือความอดทนและความซื่อสัตย์ เพราะในสังคมปัจจุบันนี้ สิ่งเหล่านี้กลับหาได้ยาก และไม่มีใครยอมจ่ายเพื่อรักษาความสัมพันธ์ไว้เลย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมันเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับการลงทุนทางความสัมพันธ์มากที่สุด

  1. ทุกการสัมผัสมีค่าเสมอ

ยุคสมัยนี้ทำให้คุณติดต่อสื่อสารกับคนอื่นได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่กับคนรักที่คุณที่ต้องอยู่ไกลกัน การสัมผัสด้วยปลายนิ้วแค่บนหน้าจอไม่อาจทำให้คุณมีความสุขหรือคลายความเศร้าลงได้ กลับกันอาจยิ่งทำให้คุณเศร้ามากขึ้นกว่าเดิมที่ไม่อาจจะสัมผัสคนรักได้ คุณอาจจะเดินชนใครได้ง่าย แต่กลับคนรักที่ต้องอยู่ไกลกันการเดินจับมือกันยังเป็นเรื่องยากเลย ดังนั้นเมื่อมีโอกาสได้เจอกัน ทุกๆการสัมผัสย่อมมีค่ามากเสมอไม่ว่าจะจับมือ กอด หอม จูบ ล้วนเป็นการสัมผัสที่คุณเฝ้ารอและจะหวนคิดถึงได้อยู่ตลอด

รักระยะไกลก็เหมือนกับบททดสอบความสัมพันธ์ของคู่คุณว่าจะสามารถจับมือฝ่าฟันอุปสรรคเรื่องระยะทางและเวลาไปด้วยกันได้หรือไม่ ถ้าคุณสามารถผ่านบททดสอบต่างๆไปได้ คุณจะค้นพบว่ารักระยะไกลให้ข้อคิดอะไรแก่คุณ เหมือนที่เราได้ให้ตัวอย่างไปในข้างต้น

 

สนับสนุนโดย    ufabet

Continue Reading

ฝน1ห่ามีปริมาณน้ำมากแค่ไหน

ในช่วงที่เป็นช่วงฤดูที่มีการเดินทางยากลำบากนั้นก็คือหน้าฝนนั่นเอง เพราะในช่วงหน้าในของประเทศไทยนั้นจะเป็นช่วงที่มีการตกของฝนค่อนข้างจะหนักและจะตกในทุกๆวันและเราอาจจะเคยได้ยินกับคำว่า ห่า เมื่อมีการพูดถึงหรือกล่วถึงโดยใช้คำนี้ในช่วงที่มีการตกของน้ำฝนนั่นเอง ถึงแม้จะเป็นคำที่ไม่ได้มีการนิมยมใช้ในปัจจุบันแล้วแต่ถ้าหากเรานั้นได้มีโอกาศไปพูดคุยกับพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายหรือคนที่เกิดในยุคก่อนหน้านี้นั้นก็อาจจะได้ยินคำพูดที่ว่า วันนี้นั้นฝนตกห่าใหญ่เลย ซึ่งคำว่าห่านั้นเป็นคำที่มีความหมายและบ่งบอกถึงปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมานั่นเอง

เรื่องของการตกของฝนนั้นเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาอย่างช้านาน เพราะถเหากไม่มีการตกของฝนเราก็ไม่สามารถที่จะทำการเพาะปลูกสิ่งต่างๆได้ดังนั้นตั้งแต่ในสมัยโบราณจนมาถึงปัจจุบันก็จะต้องมีการวัดปริมาณน้ำฝนต่อครั้งที่ฝนมีการตกเพื่อให้ทราบถึงปริมาณการตกของฝนในแต่ละช่วงแลเพื่อเป็นสิ่งที่จะสามารถบอกว่าช่วงไหนคือช่วงที่เหมาะกับการเพาะปลูกหรือการบ่งบอกว่าในช่วงไหนจะมีฝนตกปริมาณเท่าไหร่เพื่อการเตรียมตัวในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน

ซึ่งในสมัยก่อนที่ยังไม่มีเทคโนโลยีต่างๆ คนสมัยก่อนก็จะต้องมีมาตราในการวัดปริมาณน้ำฝน ซึ่งมาตราในการวัดก็คือมตราห่านั่นเอง โดยการวัดนั้นก็จะวัดว่า วันนี้ฝนตก1ห่า วันนี้ฝนตก2ห่า หรือปีนี้ฝนจะตก500ห่าเป็นต้น ซึ่งคำนี้นั้นมักจะได้ยินในช่วงสงกรานต์อยู่บ่อยๆเพราะในแต่ละปีนั้นก็จะมีการพยากรณืถึงทรัพยากรต่างๆ เช่นปีนี้จะมีน้ำท่าที่อุดมสมบูรณ์เพราะจะมีฝนตก500ห่าอะไรประมาณนี้ ซึ่งในสมัยก่อนนั้นต้องบอกเลยว่าคนในสมัยก่อนไม่รู้จะวัดปริมาณน้ำในด้วยวิธีไหนคือเราไม่สามารถไปกวาดเพื่อเอาน้ำทั้งหมดที่ตกลงมานั้นมาวัดเป็นปริมาตรได้ 

ดังนั้นคนในสมัยก่อนจะใช้วิธีโดยการนำภาชนะบางอย่างมาวางในขณะที่ฝนตกเพื่อรองน้ำฝนและสังเกตว่าในขณะที่ฝนตกลงมาในภาชนะนั้นใช้เวลานานแค่ไหนที่น้ำจะเต็มภาชนะนั้นซึ่งก็จะนับเป็น 1 หน่วยและมีการตกลงร่วมกันในคนสมัยโบราณว่าจะใช้ภาชนะที่มีการนับเป็นหนึ่งหน่วยก็คือบาตรพระเพราะเป็นภาชนะที่ค่อนข้างจะมีขนาดที่แน่นอนและมีการเลือกบาตรที่มีขนาดกลางมาใช้ในการวัดปรมาณน้ำฝนนั่นเอง โดยการนำบาตรพระไปตั้งในที่กลางแจ้งและเมื่อในตกลงมาและสังเกตว่าในนั้นเต็มบาตรหรือยังและเมื่อไหร่ก็ตามที่ในนั้นตกลงมาในบาตรจนเต็มก็จะนับจำนวนนี้ว่า 1 ห่า นั่นเอง

แต่ในปัจจุบันการวัดน้ำฝนนั้นจะใช้เครื่องวัดน้ำฝนก็คือ Rain Gauge  ซึ่งก็จะมีรูปร่างหน้าตาเป็นแทท่นและมีสิ่งที่สำหรับกักเก็บและวัดปริมาณหน้าตาเป็นหระบากที่มีทรงสูงและเปิดหัวไว้เพื่อให้น้ำฝนที่ตกลงมานั้นสามารถวัดเป็นปรืมาณน้ำฝนได้ซึ่งก็จะมีหน่อยนับเป็นมิลลิลิตรนั่นเองซึ่งจะมีความแม่นยำมากกว่าในสมัยก่อนและสามารถยำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการพยากรณ์อากาศและการตกของฝนได้อย่างแม่นยำด้วย

 

สนับสนุนโดย  gclub ฟรีสปิน

Continue Reading

การเล่นการพนันของเด็กในยุคนี้

การพนันนั้นถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายที่มีช้านานแล้ว การเล่นการพนันนั้นบางคนเล่นเพื่อความเพลิดเพลินบางคนเล่นเพื่อความอยู่รอดก็มีโดยเหตุผลในการเล่นการพนันของในแต่ละคนก็แตกต่างกันไปนั่นเอง โดยในอดีตนั้นการพนันเป็นการรวมตัวของผู้ใหญ่ไปจนถึงคนแก่และล้อมวงกันเพื่อเล่นไพ่นั่นเอง

แต่ในปัจจุบันด้วยความเจริญก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีทำให้การพนันนั้นมีการเจริญเติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน การพนันพัฒนาจากการเล่นกันโดยต้องนั่งล้อมวงมาเป็นการเล่นพนันทางออนไลน์นั่นเอง ทำให้การเล่นพนันทางออนไลน์นั้นไม่ได้มีเพียงวัยผู้ใหญ่เท่านั้นแต่ในเกมส์พนันออนไลน์นั้นมีเด็กและเยาวชนที่เล่นอยู่มากมายนั่นเอง

เข้าใจเด็กว่าในบางครั้งเด็กนั้นอาจจะเล่นเพื่อความสนุกและเพราะอยากที่จะได้เงินเอาไปใช้ส่วนตัวแต่ก็ถือว่าการเล่นการพนันทางออนไลน์ก็ยังเป็นสิ่งที่ผิดสำหรับเด็กอยู่ดีนั่นเอง ซึ่งเด็ที่มีการเล่นพนันออนำลน์นั้นโดยส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า18ปีเป็นจำนวนมาก จากการสอบถามเด็กในโรงเรียนแห่งหนึ่งโดยไม่เปิดเผยตัวตน ร้อยละ 60%นั้นมีการเล่นการพนันทางออนไลน์

โดยเด็กได้ให้ข้อมูลว่า การเล่นพนันออนไลน์นั้นได้เงินจริงและส่วนใหญ่ที่เล่นนั้นเป็นการบอกกันปากต่อปากจากเด็กคนหนึ่งสู่เด็กอีกคนหนึ่งจนการพนันออนไลน์นั้นเป็นที่รู้จักของเด็กในโรงเรียนนั้นนั่นเอง และเด็กเหล่านั้นยังบอกอีกด้วยว่านอกจากการเล่นพนันออนไลน์นั้นจะได้เงินจริงๆ

ด้วยความเป็นเกที่ได้เงินจากพ่อแม่มาโรงเรียนวันไม่กี่บาทนั้นเด็กเหล่านี้สามารถนำเงินน้อยนิดนั้นไปต่อยอดในการพนันออนไลน์เพื่อที่จะได้เงินก้อนใหญ่เพื่อที่พวกเด็กเหล่านี้นั้นจะนำไปซื้อของที่ตัวเองอยากได้นั่นเอง แต่สำหรับเด็กที่ไม่ได้เงินหรือเด็กที่เล่นเสียจากการพนันออนไลน์นั้นก็ทำให้เด็กนั้นไม่มีเงินกินข้าง

เพราะได้เสียเงินกับการพนันออนไลน์ไปจนหมดแล้วนั่นเอง ซึ่งต้องบอกว่าการพนันออนไลน์นั้นเป็นดาบสองคมมากๆ เพราะในบางครั้งเด็กเล่นเพื่อหาเงินและนำเงินที่ได้ไปซื้อของที่ตัวเองอยากจะได้ ถ้ามองในแง่ดีถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เด็กนั้นไม่ต้องรบกวนผู้ปกครองพ่อแม่

แต่อีกมุมหนึ่งนั้นการที่เด็กเล่นการพนันออนไลน์จนทำให้เกิดการเสียเงินและไม่มีเงินในการกินข้าวนั้นทำให้ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรได้รับการแก้ไขจากพ่อแม่และโรงเรียนอย่างมากว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เด็กนั้นเล่นการพนันออนไลนและอีกหนึ่งสิ่งที่ถือว่าเป็นผลกระทบโดยตรงกับเด็กนั่นด็คือเรื่องการเรียนนั่นเองเพราะการเล่นพนันออนไลน์นั่นเป็นสิ่งที่เด็กนั้นเกิดความหมกหมุ่นและทำให้เรียนไม่รู้เรื่องนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย    เวปยูฟ่าเบท

Continue Reading

รูปแบบและแนวทางการพัฒนาชุมชน

ความหมายของการพัฒนาชุมชนการพัฒนาชุมชนนั้นเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคนในชุมชนและผู้ที่มีส่วนร่วมโดยตรงในการพัฒนาโดยการพัฒนานั้นจะต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงภายในชุมชนขึ้นโดยการพัฒยาจะต้องเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและเกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นตอนและมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดียิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพแวดล้อมสิ่งต่างๆที่อยู่ในชุมชนรวมไปถึงสภาพจิตใจและความเป็นอยู่ของคนในชุมชนด้วย โดนสิ่งสำคัญในการพัฒนาชุมชนนั้นคือการให้ความรู้และให้การศึกษาแก่คนในชุมชนด้วยเพื่อทำให้คนในชุมชนนั้นสามารถที่จะพึ่งพาตนเอง

และสามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองในเรื่องต่างๆได้ การช่วยเหลือตัวเองได้ของคนในชุมชนนั้นก็คือคนในชุมชนจะต้องมีความสามารถไม่ว่าจะเป็นการคิด การตัดสินใจและการดำเนินการต่างๆในชีวิตประจำวันด้วยและสามารถที่จะแก้ไขปัญกาที่ตนเองนั้นจะต้องเผชิญอย่างไม่คาดคิดได้และสามารถที่จะตอบสนองความต้องการของตนเองและสามารถที่จะช่วยเหลือหรือตอบสนองความต้องการของคนรอบข้างไปในทางที่ดีมากขึ้นด้วย

โดยทั้งไปในการพัฒนาชุมชนนั้นจะถูกมองการพัฒนาออกเป็น 3 ด้านหลักๆ ด้านแรกนั้นจะเป็นในเรื่องของภูมิศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติหรือสภาพแวดล้อมที่มีการเกิดขึ้นในชุมชนนั้น รวมถึงพื้นที่ของชุมชนว่าอยู่ในระดับไหนและมีการเข้าถึงในสิ่งต่างๆหรือไม่หรือพื้นที่นั้นน้ำสามารถท่วมถึงไหมรวมถึงสภาพดินและสภาพป่าไม้ด้วยทรัพยากรต่างๆในชุมชน

ด้านที่สองคือด้านสังคม ซึ่งทางด้านสังคมนั้นการอยู่รวมกันของคนในชุมชนนั้นว่ามีลักษระอย่างไรคนในชุมชนมีความสามัคคีและรักใครกันหรือไม่รวมไปถึงการติดต่อสื่สารระหว่างคนในชุมชนว่าสามารถติดต่อสื่สารในเรื่องต่างๆรวมไปถึงการกระจายข่าวสารต่างๆว่ามีประสิทธิภาพมากแค่ไหน รวมไปถึงประเพณีและวัฒนธรรมค่านิยมของคนนชุมชนนั้นๆด้วย

ด้านจิตวิทยา เป็นด้านที่จะทำให้ทราบถึงการเป็นพวกพร้องกันความผูกพันธ์และความมีน้ำใจของคนในชุมชนว่าคนในชุมชนนั้นมีจิตใจเป็นอย่างไรบ้างเพื่อแนสิ่งสำคัญที่เรานั้นจะได้ทราบว่า ชุมชนนี้นั้นควรที่จะมีการพั?นาไปในรูปแบบใด เพื่อให้เกิดความเป็นกลางและสามารถทำให้คนในชุมชนนั้นเกิดความรักและน้ำใจที่ดีงามต่อกัน

ซึ่งทั้งสามสิ่งนี้นั้นจะทำให้สามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้หรือไม่สิ่งหลักที่จะสามารถทำห้เกิดการเปลี่ยนแลงก็คือเรื่องของคนั่นเองเพราะคนนั้นเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดดังนั้นถ้าหากต้องการพัฒนาชุมชนแลสังคมให้น่าอยู่นั้น สิ่งแรกที่จะต้องมีการพัฒนาก็คือคนในชุมชนนั่นเองคือการให้ความรู้ต่างและให้คนในชุมชนนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะสามารถทำให้ชุมชนนั้นมีการพัฒนาไปข้างหน้า

และเจริญเติบโตในด้านต่างๆได้สิ่งสำคัญในการที่จะพัฒนาคนเลยก็คือความเข้าใจ เพราะความเข้าใจจากคนในชุมชนละความเข้าใจจากผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ชุมชนนั้นมีการพัฒนาไปในทางที่ดีและเจริยก้าวหน้านั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าufabet168

Continue Reading

วิธีในการใส่ผ้าอนามัยแบบสอด

ในการที่เราต้องการที่จะเลือกใส่ผ้าอนามัยแบบสอดเป็นเรื่องที่เรายังไม่เข้าใจว่าเราควรที่จะใส่แบบไหนนั่นเอง ดังนั้นการที่เราจะเลือกใสและในวันนี้เราจะมาบอกเกี่ยวกับวิธีในการใส่และการถอดออกเป็นแบบไหนนั่นเอง  

วิธีในการที่เราจะใส่ผ้าอนามัยแบบสอดมีอยู่สองวิธีนั่นเอง  

แบบที่หนึ่ง  ในการที่เราจะใสผ้าอนามัยแบบชนิดสอดคือสิ่งแรกที่ต้องทำคือการที่เราใส่แบบชนิดที่บางและเล็กก่อนนั่นเอง และเมื่อเราสามารถที่จะใส่ได้แบบคล่องแล้วแต่ว่าประจำเดือนของเรามาเยอะมากเราก็ค่อยๆที่จะเปลี่ยนเป็นแบบชนิดที่หนานั่นเอง เพราะว่าอาจจะทำให้เราไม่ต้องมาเปลี่ยนบ่อยๆนั่นเอง  โดยเป็นการที่เราใช้นิ้วของเราในการสอดใส่เข้าไปในช่องคลอดของเรานั่นเองโดยเป็นการที่เราต้องปล่อยเชือกเอาไว้ที่ด้านล่างนั่นเอง  และการที่สอดใส่เข้าไปเราก็พยายามในการดันเข้าไปให้ลึกพอเท่าที่เรารู้สึกได้นั่นเอง  เพราะว่าถ้าเราใส่ไม่ลึกพอก็อาจจะทำให้เรารู้สึกว่าเจ็บได้นั่นเอง  และวิธีนี้เป็นการใส่แบบแรกนั่นเอง   

แบบที่สอง เป็นอุปกรณ์ในการใส่เพราะว่าจะเห็นได้ว่าการที่เราไปซื้อผ้าอนามัยมาเขาก็จะมีอุปกรณ์ในการใส่มาให้นั่นเอง  เป็นการที่เราทำตามวิธีที่อยู่ข้างกล่อง จากนั้นเราก็เป็นการสอดเครื่องเข้าไปและก็ใช้นิ้วในการดันแผ่นผ้าอนามัยเข้าไปนั่นเอง  และเราจะได้ผ้าอนามัยแบบสอดที่เข้าไปอยู่ในช่องคลอดแบบที่ลึกได้พอประมาณ  จากนั้นก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย  

ส่วนวิธีในการถอดออก

เมื่อเราต้องการที่จะถอดผ้าอนามัยออกหรือว่าจะเป็นการเปลี่ยน  เพียงแค่เราใช้นิ้วมือของเราเปิดช่องคลอดออกเล็กน้อย  จากนั้นเราก็จับที่เชือกแล้วก็ค่อยๆดึงออกเพียงเท่านี้เราก็สามารถที่จะเปลี่ยนผ้าอนามัยได้แล้วนั่นเอง  

และวิธีในการที่เราจะทิ้งเราก็เพียงแค่ห่อกระดาษให้มิดชิดแล้วเราก็ทิ้งใส่ถังขยะเป็นอันเสร็จเรียบร้อยนั่นเอง   แต่ว่าในการที่เราจะทิ้งเราไม่ควรที่จะทิ้งลงในชักโครกเพราะว่าจะทำให้เกิดการอุดตันได้นั่นเอง  และเราก็ควรที่จะใช้ห่อกระดาษแล้วก็ทิ้งตามปกติจะเป็นเรื่องที่ดีกว่านั่นเอง  

        ในการที่เราต้องการที่จะใช่ผ้าอนามัยแบบชนิดสอดเป็นการที่จะช่วยในเรื่องของการเคลื่อนไหวได้ง่ายนั่นเอง และการที่เราจะมีกิจกรรมเกี่ยวกับการว่ายน้ำเราก็สามารถที่จะใส่ลงเล่นได้โดยที่เราไม่กลัวว่าประจำเดือนจะหกและเปื้อนนั่นเอง  

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    Gclub ฟรี 500

Continue Reading

สิ่งของที่ไม่ควรนำมาแช่เย็น

เมื่อเรานั้นเป็นแม่ครัวนั้นการที่เราจะทำกับข้าวหรือว่าเรานั้นต้องการที่จะไปจ่ายตลาดเพื่อที่จะซื้ออาหารเพื่อที่จะเอามาเก็บรักษาเพื่อที่จะได้อยู่ได้นานแต่ว่าของบางอย่างนั้นเราก็ไม่สมควรที่จะเอามาแช่ตู้เย็นเพราะว่าจากการที่เรานั้นแช่นั้นอาจจะทำให้ของที่เรานั้นซื้อมาเกิดความเสียหายหรือว่าแทนที่จะได้เก็บเอาไว้ได้นานแต่ว่าเป็นการที่เรานั้นไม่สามารถที่จะเก็บรักษาเอาไว้ได้ 

ดังนั้นวันนี้เราก็เลยจะมาบอกว่าเรานั้นควรที่จะเอาอะไรนั้นแช่ในตู้เย็นบ้า  หรือว่าอะไรนั้นไม่ควรที่จะแช่เพราะว่าการที่เรานั้นไม่รู้เรานั้นเอาไปแช่ก็ทำให้ของที่เราซื้อมานั้นไม่สามารถที่จะเก็บรักษาเอาไว้ได้นานนั่นเอง  อย่างเช่น  

  1. มะเขือเทศ  มีใครบ้างที่เอามะเขือเทศนั้นแช่ตู้เย็นยกมือขึ้นเรานั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่เอาไปแช่  เพราะว่าการที่เรานั้นเอามะเขือเทศไปแช่ตู้เย็นนั้นอาจจะทำให้มะเขือเทศนั้นเกิดความเสียหายอย่างเช่น ถ้าเรานั้นเอามะเขือเทศวางไว้ที่อุณหภูมิของห้องนั้นก็จะไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นและสามารถที่จะอยู่ได้นานกว่าในตู้เย็นนั่นเองเพราะว่าการที่เรานั้นเอาไปแช่ก็อาจจะทำให้เนื้อของมะเทศนั้นเกิดความช้ำหรือว่าเน่าไวนั่นเอง  
  2. กาแฟที่เรานั้นกินคนส่วนใหญ่นั้นก็เลือกที่จะเก็บกาแฟนั้นเอาไว้ในตู้เย็นแต่คุณนั้นรู้หรือไม่ว่าการที่เรานั้นเอากาแฟแช่เอาไว้ในตู้เย็นนั้นไม่ดีเพราะว่าเม็ดกาแฟนั้นไม่ชอบอาการที่เย็นมากเกินไป  แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่กาแฟนั้นชอบอยู่ที่อุณหภูมิที่เย็น  แต่ว่าการที่เรานั้นเอาไปแช่ตู้เย็นนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ  แต่ว่าคนส่วนใหญ่นั้นก็เลยเก็บกาแฟนั้นเอาไว้ในตู้ใส่กับข้าว หรือว่าลิ้นชักในครัวนั่นเอง  
  3. น้ำผึ้ง ที่เรานั้นเอามาทานกันหรือว่าเอามาทาหน้านั้นการที่เราจะมีน้ำผึ้งที่แท้นั้นเราก็ไม่ควรที่จะเอามาแช่ที่ตู้เย็นเพราะว่าการที่เรานั้นเอามาแช่ตู้เย็นนั้นอาจจะทำให้คุณค่าที่มีอยู่ในนั้นเกิดความน้อยลง ดังนั้นการที่เรานั้นแช่น้ำผึ้งนั้นเป็นเวลาที่นานเราก็ควรที่จะไม่ต้องแช่  อีกอย่างนั้นเป็นการที่เรานั้นเอาไปแช่แล้วรู้สึกว่าน้ำผึ้งนั้นเกิดการเกาะตัวที่ทำให้แข็ง จากนั้นพอถึงเวลาที่เรานั้นต้องการที่จะใช้นั้นเทออกมายากนั่นเอง  ดังนั้นเราก็ควรที่จะตั้งเอาไว้ในอุณหภูมิที่ปกติ  แต่ถ้ามีมดนั้นเราก็ควรที่จะเอาน้ำนั้นหล่อเพื่อที่จะไม่ให้มดขึ้นนั่นเอง   

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Gclub

Continue Reading

ทะเลาะกันตลอด หนึ่งในคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์

การที่คนเรามีคนรักหรือมีแฟนหรือไปถึงการมีครอบครัวแล้วก็ตาม ก็ต้องมีการทะเลาะเบาะแว้งกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา จริงๆแล้วการที่ทะเลาะกันก็มีผลดีนะ นั้นก็คือสามารถเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ ว่าอีกต่างฝ่ายต่างไม่ชอบอะไรรึปล่าวถึงทะเลาะกัน หรือว่าความคิดเห็นที่ไปคนละทางกันก็สามารถบ่งบอกได้ว่าคุณกำลังเรียนรู้ความคิดอีกฝ่ายอยู่ก็ว่าได้

แต่เรื่องทะเลาะนั้นจะนำพาอีกอารมณ์นึงมาด้วย นั้นคือความโกรธ ความโกรธนั้นเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะบางทีการทะเลาะกันเรื่องเล็กๆอาจจะทำให้ลงไม้ลงมือกันอย่างรุนแรง หรืออาจรุนแรงถึงขึ้นเสียชีวิตกันได้เลย ซึ่งมีข่าวประเภทนี้บ่อยนะ นั้นคือการบันดาลโทสะ ไม่ว่าจะทะเลาะกันอย่างไร ต้องรู้จักหักห้ามอารมณ์ไว้ด้วย แล้วบอกกับตัวเองเสมอว่าอีกคนนั้นคือคนที่เรารัก

มีพูดไปข้างต้นนั้นเป็นเพียงการทะเลาะกันเล็กๆน้อยๆหรือว่าอาจจะเรื่องใหญ่แต่ทะเลาะกันไม่บ่อยมากนัก แต่ถ้าเกิดว่าคู่ของคุณทะเลาะกันทุกวัน แค่อ้าปากจะพูดอะไรก็ทะเลาะแล้ว แบบนี้ไม่น่าจะดีแน่ๆ ลองนึกถึงตอนที่ทะเลาะกันดีๆว่า เราทะเลาะกันแล้วรู้สึกยังไง บางครั้งก็รู้สึเหมือนกับว่าเรากำลังเรียนรู้กันอยู่นะ

แต่ถ้าแค่ทำอะไรก็โดนบ่นโดนด่า จะทำอะไรก็เป็นเหตุให้ทะเลาะกัน แล้วก็ไม่เคยได้ปรับความเข้าใจกันเลย แล้วก็ทะเลาะเรื่องใหม่ๆไปเรื่อยๆ แบบนี้แล้ว วันนึงคู่นั้นก็จะรู้สึกว่าอึดอัดที่จะอยู่ด้วยกัน ประมาณว่าทำอะไรก็ผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องมาดูกันดีๆว่า มันเกิดอะไรขึ้นถึงได้ทะเลาะกันบ่อยและทะเลาะกันทุกๆเรื่อง

ส่วนมากแล้วการที่คุ่ไหนจะเป็นแบบนี้มักจะเป็นเพราะว่าหาเรื่องทะเลาะกันบ่อยจนรู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นทำอะไรก็ผิด เหมือนเป็นการจับผิดซึ่งกันและกันตลอด แบบนี้แล้วต้องคำนึงได้แล้วว่าอยู่ไปก็ไม่มีอะไรดี มีแต่เสียสุขภาพจิตปล่าวๆ มีทางเลือกให้เพียงแค่นั่งปรับความเข้าใจกันตอนอารมณ์เย็นๆหรือเลิกกันไปเถอะ

 

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท

Continue Reading

หนึ่งในช้อดีของการมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ

เก่งภาษาอย่างช่วยไม่ได้ หนึ่งในช้อดีของการมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ

สำหรับผมแล้ว นี่ก็คือข้อดีที่สุดข้อหนึ่งของการมีแฟนเป็นคนต่างประเทศเลยล่ะ แบบว่ามีแฟนเป็นคนประเทศไหน เราก็จะได้ภาษาบ้านเขาไปด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การรู้ภาษาแบบไวยกรณ์จ๋าๆ หรือว่าแบบเขียนได้ แต่เอาจริงๆ การที่เราอยากจะรู้ภาษาๆนึงนั้น เราเพียงแค่ต้องการนำไปใช้สื่อสารให้พอรู้เรื่องเท่านั้นเอง แต่นี่คือรูปแบบการใช้ภาษาแบบความเป็นอยู่ทั่วๆไปน่ะ

แบบไปเที่ยวต่างประเทศ ขอข้าวเขากินได้ ถามทางได้ เพียงแค่นั้น แต่ถ้าเป็นแบบการทำงาน ถึงขั้นต้องใช้ในการพรีเซ้นงานหรือประชุม อันนี้ต้องไปหาเรียนเอาจริงๆจังๆเฉพาะด้านจะดีกว่า เอาเป็นว่า การมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ ก็จะได้ภาษาบ้านเขาแล้วไปเที่ยวบ้านเขา ไปอยู่บ้านเขาได้สบายๆล่ะ

เป็นที่ทราบกันดีว่า จุดอ่อนของคนประเทศเรานั้นคือภาษา เพราะว่าประเทศเรานั้นไม่เคยเป็นเมืองขึ้นด้วย ก็เลยไม่ได้พบปะชาวต่างชาติมาตั้งแต่เนิ่นๆ ยิ่งผมนะ เรียนโรงเรียนมา เริ่มสอน ABC กันตอนชั้นป.5 จะบ้าหรอ แล้วจะไปทันใช้ได้ไง ขึ้นมัธยมมา กลายเป็นเด็กโง่อังกฤษกันไปเลย จริงๆแล้ว การที่ไม่เก่งภาษานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับอะไรสักเท่าไหร่

มันขึ้นอยู่กับตัวเอง เพราะตัวเองนั้นไม่มีแรงจูงใจที่จะเรียนภาษายังไงล่ะ ก็คิดไม่ออกนี่ว่าจะเอาไปทำอะไร เด็กก็แบบนี้ อย่างพี่สาวผมเก่งภาษาอังกฤษมากๆ เพราะนางชอบวงบอยแบรนด์ต่างชาติ ทำให้อยากจะฟังเพลงรู้เรื่อง เป็นพลังอันยิ่งใหญ่จริงๆ ทำให้นางเก่งภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็กๆกันเลยทีเดียว นี่แหละคือแรงขับเคลื่อน ประเทศเรานั้นขาดการปลูกฝังเรื่องพวกนี้ทำให้เด็กไม่มีแรงจะเรียนนะผมว่า

เข้าประเด็นกันเลยดีกว่า แล้วการมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ ช่วยให้มีแรงขับเคลื่อยยังไง บอกเลยว่ามหาศาลยิ่งกว่าอะไรทั้งมวล เรียกได้ว่าพลังแห่งความรักเอาชนะได้ทุกอย่างก็ไม่ผิดไป เมื่อมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ เราก็จะอยากคุยกับเขาให้รู้เรื่อง ทั้งในเรื่องชีวิตประจำวันและเรื่องอื่นๆด้วย โดยไม่คิดหรอกว่าจะพูดอะไรยังไง

ก็เพียงแค่อยากคุยรู้เรื่อง แปปเดียวเท่านั้น เราก็จะค่อยเรียนรู้จากการใช้ชีวิตประจำวันกับเขาแล้วคุยเรื่องราย จนสะสมคำศัพท์และไวยกรณ์มากมายในหัว รู้ตัวอีกทีเราก็ฟังชาวต่างชาติพูดรู้เรื่องซะแล้ว มิหน่ำซ้ำ รู้ตัวอีกที หัวของเราก็จะนึกคำตอบโต้ออกมาเป็นฉากๆเองโดยอัตโนมัติ นั่นเป็นเพราะการได้ใช้ภาษาอยู่ด้วยกันทุกวันอย่างไงล่ะ แล้วนั้นก็เป็นผลของแรงผลักดันอันมหาศาลของการมีความรัก ที่จะทำให้เราไม่ได้ขี้เกียจจะฝึกฝน

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า gclub มือถือ

Continue Reading

Soceity ZEN MIND คลื่นแห่งจิต 1

ขณะที่เราฝึกซาเซนนั้น ไม่ต้องพยายามหยุดความคิดของเธอ แต่ปล่อยให้มันหยุดเอง ถ้ามีอะไรแวบเข้ามาในใจ ปล่อยให้มันเข้ามาแล้วก็ปล่อยให้มันออกไป ถ้าไม่มีอะไรแวบเข้ามาในใจ มันจะไม่อยู่นานนักหรอก เมื่อเธอพยายามหยุดความคิด แสดงว่าเธอถูกมันรบกวน อย่าให้อะไรรบกวนเธอได้ มันจะเหมือนกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ภายนอกใจเธอผ่านเข้ามา

แต่ความจริงแล้วมันเป็นเพียงคลื่นแห่งจิตของเธอเท่านั้นเอง ถ้าเธอไม่ปล่อยให้มันรบกวน มันจะค่อยๆสงบลงไปเองภายในห้านาทีหรืออย่างมากก็เพียงสิบนาทีเท่านั้น จิตของเธอก็จะนิ่งสงบ ในตอนนั้นลมหายใจของเธอจะช้าลง ส่วนชีพจรจะเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย

การจะพบว่าจิตของเธอนิ่งสงบลงในการปฏิบัติซาเซนนั้นต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ความรู้สึกต่างๆจะเข้ามา ความคิดหรือภาพต่างๆจะผุดขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงคลื่นแห่งจิตของเธอเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรที่มาจากภายนอกเลย เรามักจะคิดว่าจิตรับความรู้สึกและประสบการณ์จากภายในอก แต่ความคิดนี้ไม่ใช่ความเข้าใจที่ถูกต้องนัก

ความเข้าใจที่ถูกต้องคือจิตของเรานั้นเป็นสิ่งที่รวมทุกสิ่งทุกอย่างไว้แล้ว เวลาที่เธอคิดว่ามีบางสิ่งบางอย่างจากภายนอกเข้ามา มันหมายความว่ามีบางสิ่งบางอย่างผุดขึ้นในจิตของเธอเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรจากภายนอกที่สร้างปัญหาให้เธอได้ มีแต่ตัวเธอเองที่เนคนที่ทำให้เกิดคลื่นแห่งจิตเอง ถ้าเธอปล่อยไว้อย่างนั้น มันก็จะสงบลงเอง จิตดวงนี้เรียกว่า จิตใหญ่

ถ้าจิตของเธอเชื่อมโยงกับบางสิ่งบางอย่างภายนอก จิตนั้นคือ จิตเล็ก คือจิตที่มีขอบเขตจำกัด ถ้าจิตของเธอไม่เชื่อมโยงกับสิ่งใดทั้งสิ้น ก็จะไม่มีความเข้าใจแบบทวิภาวะในกิจกรรมในใจของเธอ เธอจะเข้าใจกิจกรรมต่างๆว่าเป็นเพียงคลื่นแห่งจิต จิตใหญ่จะมีประสบการณ์ทุกอย่างภายในตัวของมันเอง

เธอเข้าใจความแตกต่างระหว่างจิตทั้งสอง คือจิตที่ผนวกรวมทุกสิ่งทุกอย่าง กับจิตที่จะเชื่อมโยงกับบางสิ่งบางอย่างหรือเปล่า ความจริงแล้วมันก็คือจิตเดียวกันนั้นละ แตกต่างกันที่ความเข้าใจ ความเข้าใจนี้จะทำให้ทัศนคติต่อชีวิตของเธอแตกต่างไปด้วย ขึ้นอยู่กับว่าเธอเข้าใจอะไร

 

 

สนับสนุนโดย  aesexy

Continue Reading

ผักและผลไม้ 5 สี 

ผัก และผลไม้ เป็น 1 ในอาหาร 5 หมู่ ที่ร่างกายต้องการ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากนี้ผัก และผลไม้บางชนิดยังมีประโยชน์คล้ายกันกับยา สามารถบรรเทา และรักษาอาการของโรคต่าง ๆได้ การรับประทานผัก แลผลไม้เป็นประจำจะช่วยทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และชะลอการเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆในร่างกาย

 

ผัก และผลไม้สีเขียว 

    • กวางตุ้ง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย  บำรุง และรักษาสายตา มีแคลเซียมสูง ช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรง ช่วยแก้อาการเป็นตะคริว
    • บร็อคโคลี่ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง มีวิตามิน C สูง ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน และมีโฟเลตสูงช่วยลดความเสี่ยงจากการพิการทางสมองของเด็กทารก
  • แอปเปิ้ลเขียว มีน้ำตาลน้อย เหมาะกับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก และมีวิตามิน C สูง ช่วยป้องกันโรคไข้หวัด และโรคเลือดออกตามไรฟัน

ผัก และผลไม้สีขาว สีน้ำตาล 

  • กล้วย อุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย มีเส้นใย และกากอาหารมากช่วยลดอาการท้องผูก และมีธาตุเหล็กสูงช่วยรักษาโรคโลหิตจาง
  • เงาะ มีสารแทนนิน ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ช่วยบำรุงผิวพรรณ และรักษาอาการท้องร่วงรุนแรงได้เป็นอย่างดี 

 

ผัก และผลไม้สีเหลือง สีส้ม 

  • แครอท มีวิตามิน A ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่ง อ่อนกว่าวัย สารอาหารในแครอทช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหาร ทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นหากรับประทานอย่างเป็นประจำ
  • ฟักทอง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงขึ้น
  • ส้ม มีวิตามิน C สูง ช่วยบำรุงสายตา และป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก มีแคลเซียม และวิตามิน D ช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรง และมีสารฟลาโวนอยด์ช่วยรักษาอาการอักเสบได้

ผัก และผลไม้สีแดง สีชมพูอมม่วง 

  • มะเขือเทศ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูชุ่มชื้น อิ่มน้ำ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย และมีวิตามิน A ช่วยในการบำรุงสายตา
  • หัวหอม มีสารเคอร์ซีทิน ช่วยป้องกันการเกิดโรคไข้หวัดต่าง ๆช่วยให้ความจำดีขึ้น หากรับประทานหัวหอมสดอย่างเป็นประจำ
  • ลูกพรุน อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยในการบำรุงเลือด ป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง ทำให้ผิวพรรณดูสุขภาพดี มีเลือดฝาด

ผัก และผลไม้สีม่วงแดง สีม่วง สีน้ำเงิน

  • องุ่นแดง การรับประทานองุ่นแดงเป็นประจำ จะช่วยในการบำรุงหัวใจ บำรุงสมอง มีวิตามิน B12 ช่วยในการเผาผลาญ
  • มะเขือม่วง อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆมากมาย ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ โรคอัมพาต และโรคมะเร็ง
  • ดอกอัญชัน ช่วยป้องกันการเกิดโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และขับสารพิษออกจากร่างกาย

 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง

Continue Reading