ถือเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อสินค้าจีนหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดไทยอย่างมหาศาล ส่งผลให้ธุรกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะ SME ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง หลายโรงงานต้องปิดตัวลง ส่งผลให้แรงงานไทยจำนวนมากตกงาน สถานการณ์นี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นในปี 2568 กลับกัน อาจยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากปัจจัยหลายประการที่กำลังก่อตัว ตลอดปีที่ผ่านมา การแข่งขันทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกายังคงร้อนระอุ ด้วยมาตรการภาษีและข้อจำกัดทางการค้าที่ทั้งสองชาตินำมาใช้ตอบโต้กัน สิ่งนี้ทำให้จีนต้องมองหาตลาดใหม่ในการระบายสินค้าส่วนเกิน โดยหนึ่งในตลาดเป้าหมายสำคัญคือ ประเทศไทย แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่นำเข้าสินค้าจากจีนโดยตรง เช่น Temu, SHEIN และ Alibaba กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว สินค้าจีนจำนวนมากสามารถส่งตรงถึงผู้บริโภคชาวไทยในราคาที่ถูกกว่าราคาสินค้าไทยถึง 30-50% เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า และการได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐของจีน ซึ่งเอื้อให้ผู้ประกอบการจีนสามารถขายสินค้าได้โดยไม่ต้องเสียภาษีหรือค่าขนส่งที่สูงเทียบเท่าธุรกิจไทย สินค้าราคาถูกจากจีนกดดัน ผู้ผลิตและผู้ค้ารายย่อยของไทย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน และเครื่องสำอาง ธุรกิจเหล่านี้เคยเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่ปัจจุบันต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการปิดตัวเพิ่มขึ้น ปี 2567 หลายโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็กในไทยต้องปิดตัวลง อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานอุตสาหกรรมผลิตสินค้า การค้าขายแบบดั้งเดิมที่ต้องพึ่งพาหน้าร้านก็ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป นิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีราคาถูกและส่งตรงจากจีน สินค้าจีนมีแนวโน้มที่จะทะลักเข้ามาในตลาดไทยมากขึ้นจากเหตุผลสำคัญ 3 ประการ สงครามการค้าจีน-สหรัฐยังไม่จบ – สหรัฐยังคงเดินหน้ากดดันจีนด้วยมาตรการภาษีและข้อจำกัดทางการค้า…
