สุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องของคนที่ป่วยแล้วเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความใส่ใจและดูแลบำรุงรักษาอยู่เสมอ เช่นเดียวกับการออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพกาย การสร้างภูมิคุ้มกันทางใจตั้งแต่เนี่ยเนิ่นๆ จะช่วยให้เราพร้อมรับมือกับความเครียดและปัญหาชีวิตที่เข้ามาได้ดีขึ้น
โดยที่ไม่ต้องรอให้จิตใจพังทลายจน กลายเป็นโรคซึมเศร้าหรือภาวะหมดไฟ นี่คือ 7 วิธีง่ายๆ ในการดูแลสุขภาพจิตที่คุณสามารถเริ่มทำได้ทันทีในชีวิตประจำวัน
7 วิธี ดูแลสุขภาพจิต เริ่มได้เลย ไม่ต้องรอให้ป่วย
- สังเกตและยอมรับความรู้สึกของตัวเอง
จุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพจิตที่ดีคือการมีสติรู้เท่าทันอารมณ์ ในแต่ละวันลองใช้เวลาสักครู่สำรวจตัวเองว่ากำลังรู้สึกอย่างไร ดีใจ เครียด กังวล หรือเหนื่อยล้า โดยไม่ต้องพยายามตัดสินหรือกดข่มความรู้สึกนั้น การยอมรับว่า ตอนนี้เรากำลังเครียดนะ คือก้าวแรกที่ช่วยลดแรงกดดันภายในใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ
- พักผ่อนและนอนหลับให้เพียงพอ
การนอนหลับมีผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาทและอารมณ์ เมื่อเราอดนอน สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์จะทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้หงุดหงิดง่ายและเครียดสะสมได้ง่าย การจัดสุขอนามัยในการนอน เช่น นอนให้ตรงเวลา หลีกเลี่ยงหน้าจอก่อนนอน และนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมง จึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของสุขภาพจิตที่ดี
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ยามที่เราเคลื่อนไหวร่างกาย สมองจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน และเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารเคมีแห่งความสุขออกมา ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างหนัก แค่เดินเร็ว เล่นโยคะ หรือปั่นจักรยานเพียงวันละ 20-30 นาที ก็สามารถช่วยลดความวิตกกังวลและเพิ่มพลังงานบวกให้กับจิตใจได้แล้ว
- กำหนดขอบเขตของการรับข่าวสารและโซเชียลมีเดีย
การรับข่าวสารที่เครียดตลอดเวลา หรือการเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับภาพที่สวยงามของคนอื่นบนโซเชียลมีเดีย เป็นตัวการสำคัญที่ทำลายความสุข ลองทำ Digital Detox โดยการกำหนดเวลาใช้งานโซเชียลมีเดีย ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น และหันมาให้ความสนใจกับโลกความจริงรอบตัวมากขึ้น
- เชื่อมโยงกับคนรอบข้างที่ส่งพลังบวก
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม การมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว เพื่อน หรือคนที่เข้าใจ สามารถเป็นเกราะป้องกันปัญหาทางจิตใจได้เป็นอย่างดี การได้พูดคุย ระบาย หรือเพียงแค่ใช้เวลาร่วมกับคนที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย จะช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและช่วยเติมพลังใจให้แข็งแกร่งขึ้น
- ฝึกปฏิเสธและจัดระเบียบขอบเขตชีวิต
ความเครียดส่วนใหญ่มักเกิดจากการแบกรับสิ่งต่างๆ มากเกินไป การรู้จักปฏิเสธในสิ่งที่เกินกำลัง หรือการตั้งขอบเขตระหว่างเวลางานและเวลาส่วนตัวอย่างชัดเจน จะช่วยให้คุณมีเวลาฟื้นฟูตัวเอง และไม่รู้สึกว่าถูกสูบพลังงานจนหมดเกลียด
- เมตตาและใจดีกับตัวเอง
หลายครั้งเรามักจะวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองอย่างรุนแรงเมื่อทำผิดพลาด ลองเปลี่ยนวิธีพูดกับตัวเองใหม่ ให้เหมือนกับที่เรากำลังพูดและปลอบโยนเพื่อนสนิท ยอมรับว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ การให้อภัยตัวเองและเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จเล็กๆ ในแต่ละวัน จะช่วยสร้างความเคารพในตัวเอง ให้แข็งแกร่งขึ้น
การดูแลสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องซับซ้อนและไม่ต้องรอให้เกิดวิกฤต เริ่มต้นทีละนิดจากสิ่งเล็กๆ ในวันนี้ เพื่อสร้างฐานจิตใจที่มั่นคงและพร้อมเติบโตไปพร้อมกับทุกบททดสอบของชีวิต
ขอบคุณ เครื่องช่วยฟังแบบไหนดี ที่ให้การสนับสนุนนี้
