โควิดระบาด ทำเอาคนเครียด

โควิดระบาด ทำเอาคนเครียดกลับบ้านมาไม่มีงานทำ เงินหมดจึงตัดสินใจผูกคอตาย

      เหตุการณ์เกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ 25 เดือนมีนาคมปีพศ 2563 โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีมีชายคนหนึ่งผูกคอตายเสียชีวิตกลางทุ่งนาโดยเข้าไปผูกคอตายที่กระท่อมร้างแห่งหนึ่งไม่มีเลขที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสากู้ภัยจึงได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุและจากการสอบถามแม่ของผู้เสียชีวิตทำให้ทราบว่าผู้เสียชีวิตนั้นคือนายสาธิต

โดยปกติแล้วผู้เสียชีวิตและทำงานอยู่ที่อำเภอปากช่องแล้วก็จะกลับมาบ้านนานๆครั้งซึ่งก็จะนำเงินมาให้แม่เป็นค่าใช้จ่ายโดยในครั้งนี้ นายสาธิตได้เงินจากนายจ้างมาจำนวนหนึ่งซึ่งนำมาแบ่งให้แม่ครึ่งหนึ่งและตนเองเอาไว้ใช้จ่ายครึ่งหนึ่งแต่เนื่องจากว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าทำให้นายสาธิตไม่สามารถกลับไปทำงานได้รวมถึงเงินที่เคยได้รับจากนายจ้างมาก็ใช้หมดลงแล้ว

ทำให้นายสาธิตรู้สึกท้อแท้ใจที่ไม่มีเงินเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเคยบ่นกับแม่หลายครั้งว่าอยากจะตายแต่ก็ไม่คิดว่านายสาธิตจะทำจริงๆซึ่งแม่ของนายสาธิตไม่ได้ติดใจสาเหตุการตายเพราะเชื่อว่าน่าจะเกิดจากที่รูปมีความเครียดเรื่องที่ไม่มีงานทำในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า

อยู่ในตอนนี้ในวันเกิดเหตุลูกชายได้บอกว่าจะออกมาหาเขียดเราว่าเมื่อคืนก่อนฝนตกหนักหลังจากที่ออกมาแล้วลูกชายก็ไม่ได้กลับเข้าบ้านแต่แม่ก็ไม่ได้กังวลใจอะไรเพราะปกติแล้วบางครั้งลูกชายออกมานอกบ้านก็อาจจะไปนอนบ้านเพื่อนแต่มาทราบว่าลูกชายผูกคอเสียชีวิตเพราะว่าเพื่อนบ้านเดินทางมาบอก

      สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าที่มีอยู่ในตอนนี้กำลังสร้างปัญหาให้กับประชาชนทุกคนเพราะบางคนเป็นกลุ่มหาเช้ากินค่ำที่ไม่ได้มีเงินเก็บอะไรเลยดังนั้นเมื่อไม่มีงานทำก็ไม่มีเงินเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับคนต่างจังหวัดโชคดีหน่อยตรงที่มีพื้นที่สามารถปลูกผักเอาไว้กินได้โดยยึดหลักของเศรษฐกิจพอเพียงก็สามารถดำรงชีวิตอยู่

ได้แต่สำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกรุงในเขตกรุงเทพมหานครรวมถึงปริมณฑลก็จะพบปัญหาว่าไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน   ค่างวดรถ    ค่าน้ำค่าไฟค่ากินอยู่และค่าจิปาถะอีกมากมายซึ่งถ้าเกิดสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังคงมีต่อเนื่องติดต่อกันหลายเดือนคาดว่าในอนาคตอาจจะมีโจรผู้ร้ายขึ้นชุกชุม

เพราะผู้คนต่างก็เริ่มนำเงินเก็บที่มีอยู่ออกมาใช้กันแล้วและเมื่อใดก็ตามที่เงินเก็บที่มีอยู่หมดก็จะเริ่มขโมยและเป็นโจรกันมากขึ้นซึ่งจะทำให้สังคมเกิดความน่ากลัว เพราะจะต้องกลัวติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วยังต้องมากลัวโดนจับอีกด้วย 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet เว็บตรง

Continue Reading

หนุ่มแอบส่องเมียตัวเองพาชายชู้มานอนในห้อง

           จากกรณีที่โลกออนไลน์กำลังแชร์คลิปของชายคนหนึ่งกำลังอัดคลิปถ่ายรูปผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาระบุว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเมียของเขาเองกำลังเดินออกมาจากห้องนอนกับชายชู้ ซึ่งเข้าได้เล่าว่าเขาและภรรยาทำงานที่เดียวกันโดยภรรยาทำงานเป็นเสมียนส่วนตัวเขาเองทำงานขับรถส่งของ ซึ่งตั้งแต่ที่มาทำงานที่บริษัทแห่งนี้ เขาเริ่มรู้สึกว่าภรรยาของเขาเปลี่ยนไป เริ่มแอบคุยกับคนอื่น

ซึ่งพอเขาสอบถามภรรยาก็บอกว่าไม่มีอะไร เขาคุยกับผู้ชายคนนั้นเรื่องงานเท่านั้น แต่เพื่อนๆในที่ทำงานต่างก็พากันพยายามเตือนให้เขาระวังให้ดี เพราะผู้ชายคนที่ภรรยาของเขาคุยด้วยมีประวัติไม่ดี ชอบไปยุ่งกับภรรยาคนอื่นทำให้สามีภรรยาต้องเลิกกันมาหลายคู่แล้ว แต่เนื่องจากเขาไม่มีหลักฐานจึงทำอะไรไม่ได้

ซึ่งปัญหาของเขาในการสงสัยว่าภรรยาจะมีชู้เขาซุ้มสังเกตการณ์มานานถึง 7 เดือนจนวันหนึ่งเขาได้บอกกับภรรยาว่าจะเดินทางกลับบ้านไปเยี่ยมลูกที่บ้านนอก ซึ่งภรรยาของเขาไม่ได้ตามกลับไปพร้อมกันด้วย เขาจึงแกล้งออกมาขึ้นรถเมลล์เพื่อไปขึ้นรถต่อไปต่างจังหวัดกับญาติของเขา แล้วเขาก็แอบย่องกลับมาที่ห้องพัก โดยเขามาอยู่ห้องของเพื่อนของเขาที่เช่าอยู่ตรงข้ามกับห้องของเขาเลย

และไม่นานภรรยาของเขาก็พาผู้ชายมาที่ห้องและหายเข้าไปในห้องนั้นนานถึง 4 ชั่วโมงเมื่อภรรยาและชายชู้เดินออกมา เขาจึงเดินออกมาจากห้องฝั่งตรงข้ามพร้อมทั้งถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งขอเลิกกับภรรยาของเขาทันที โดยบอกกับภรรยาว่าเขาจะเลี้ยงลูกเอง ภรรยาไม่มีสิทธิ์นำตัวลูกไปเลี้ยง

ซึ่งในคลิปเขาไม่ได้ทำร้ายภรรยาหรือชายชู้เลย ทำได้แค่ต่อว่าและถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น และเมื่อนักข่าวไปสอบถามถึงคลิปดังกล่าวเพราะมีการแชร์กันเยอะมาก เขายอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งตอนนี้เขาลากออกจากที่ทำงานแล้วเพราะไม่อยากเจอภรรยาเก่าและชายชู้ แต่ทางเจ้าของบริษัทกลับบอกเขาให้กลับมาพักผ่อนก่อนและหากพร้อมก็ยังรอให้เขากลับไปทำงานได้ ส่วนอดีตภรรยาและชายชู้ เจ้าของบริษัทได้ไล่ออกเรียบร้อยแล้ว

       จากคลิปจะเห็นว่าเขามีสติดีมากๆ  ไม่ขาดสติไปทำร้ายภรรยาหรือชู้ เพราะไม่เช่นนั้น ตัวเขาเองก็จะเดือนร้อนข้อหาทำร้ายร่างกายไปด้วย ซึ่งการที่เขาทำแบบนี้เขาสามารถมีหลักฐานฟ้องร้องเอาผิดภรรยาและชายชู้เพื่อเรียกเงินได้อีกด้วย 

         

สนับสนุนโดย  สูตร เซ็กซี่ บาคาร่า ฟรี 2020

Continue Reading

เชื้อไวรัสโคโรน่ามีอายุอยู่ได้นานสูงถึง 17 วัน

เชื้อไวรัสโคโรน่า

เชื้อไวรัสโคโรน่า แย่แล้วทีมวิจัยเชื้อไวรัสโคโรน่าพบว่าหากไม่ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ จะทำให้เชื้อไวรัสโคโรน่าสามารถมีอายุอยู่บนพื้นผิวได้นานสูงถึง 17 วัน

           เชื้อไวรัสโคโรน่า ทีมงานวิจัยเชื้อไวรัสโคโรน่าได้มีการลงพื้นที่สำรวจเรือสำราญ Diamond Princess ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่บนเรือสำราญ Diamond Princess  เป็นจำนวนมากก่อนจะมีการนำตัวนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเรือสำราญDiamond Princessลงมารักษาตัวและหักในไม่ติดเชื้อก็ส่งตัวเดินทางกลับประเทศไปซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีใครขึ้นไปทำความสะอาดบนเรือสำราญมันเปล่าเลยเป็นระยะเวลานานถึง 17 วันจนมีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องของวิจัยเชื้อไวรัสโคโรน่าขึ้นไปหาข้อมูลเพื่อจะนำข้อมูลเรือสำราญDiamond Princessมาทำความวิจัยและหาวิธีที่จะรักษาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า

ซึ่งพบว่าเมื่อทางเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยได้ขึ้นไปบนเรือกลับพบว่าในห้องพักรับรองของนักท่องเที่ยวยังมีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ซึ่งพวกมันยังมีชีวิตอยู่และสามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้โดยทางเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและบริการเช็คแล้วว่าห้องพักของนักท่องเที่ยวดังกล่าวหลังจากที่นักท่องเที่ยวจากเรือสำราญไปแล้วไม่ได้มีคนขึ้นมาทำความสะอาดหรือมีการเข้ามาฉีดยาฆ่าเชื้อ

แต่อย่างไรปล่อยให้เรือลอยคว้างอยู่กลางทะเลเช่นนั้นดังนั้นเชื้อโรคจึงไม่ได้ถูกทำลายลงไปถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานถึง 17 วันแล้วแต่เชื้อโรคก็ยังสามารถที่จะฝังตัวอยู่ในสิ่งของต่างๆภายในห้องพักบนเรือสำราญDiamond Princessได้เป็นอย่างดีพวกมันสามารถมีอายุได้ยาวนานโดยจากการตรวจสอบข้อมูลแล้วหากพวกมันเกาะตัวอยู่บนพลาสติกหรือว่าอุปกรณ์ที่เป็นพวกสแตนเลสต่างๆมันจะมีอายุยาวนานถึง 3 วันด้วยกัน แต่ถ้าเกิดว่ามันอยู่บนกระดาษพวกเชื้อไวรัสโคโรนา Corona เหล่านี้จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ภายใน 24 ชั่วโมง  และหาค่าพวกมันไปจับพื้นผิวที่เป็นพวกทองแดงพวกมันจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 4 ชั่วโมง

ซึ่งจะเห็นได้ว่าตามข้อมูลที่ทำวิจัยเกี่ยวกับไวรัสโคโรน่าได้มีการแสดงออกมาให้เราได้ทราบกันนี้ทำให้เราได้รู้ว่าเชื้อไวรัสมีอายุยาวนานมากยิ่งขึ้นหากอยู่ในพื้นที่หรือในพื้นผิวที่เหมาะสมกับการฟักตัวของมันดังนั้นการที่คนที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามีการนำของเหลวไปป้ายตามสถานที่ต่างๆหากไม่มีการเช็ดล้างทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อแล้วเชื้อโรคก็จะยังอยู่ตรงบริเวณนั้น

อยู่เหมือนเดิมและถ้าหากใครผ่านไปผ่านมาแล้วได้สัมผัส ตรงที่เชื้อไวรัสเกาะอยู่จะทำให้สามารถติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้โดยที่ไม่จำเป็นว่าผู้แพร่เชื้อจะยังอยู่ตรงตึกเดิมหรือไม่ก็อาจจะกลับบ้านไปเป็นเวลา 2 วันแล้วแต่เชื้อโรคก็ยังคงอยู่ที่เดิมตรงจุดที่เขามีการแพร่เชื้อทิ้งไว้ซึ่งนี่เป็นข่าวสารที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก

ดังนั้นในช่วงนี้ทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการฉีดยาฆ่าเชื้ออยู่ตลอดเวลาเพื่อที่เชื้อไวรัสโคโรน่าจะได้ไม่ฝังตัวอยู่ตามพื้นผิวต่างๆและเป็นการลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสด้วย 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   aesexy

Continue Reading