วิธีในการใส่ผ้าอนามัยแบบสอด

ในการที่เราต้องการที่จะเลือกใส่ผ้าอนามัยแบบสอดเป็นเรื่องที่เรายังไม่เข้าใจว่าเราควรที่จะใส่แบบไหนนั่นเอง ดังนั้นการที่เราจะเลือกใสและในวันนี้เราจะมาบอกเกี่ยวกับวิธีในการใส่และการถอดออกเป็นแบบไหนนั่นเอง  

วิธีในการที่เราจะใส่ผ้าอนามัยแบบสอดมีอยู่สองวิธีนั่นเอง  

แบบที่หนึ่ง  ในการที่เราจะใสผ้าอนามัยแบบชนิดสอดคือสิ่งแรกที่ต้องทำคือการที่เราใส่แบบชนิดที่บางและเล็กก่อนนั่นเอง และเมื่อเราสามารถที่จะใส่ได้แบบคล่องแล้วแต่ว่าประจำเดือนของเรามาเยอะมากเราก็ค่อยๆที่จะเปลี่ยนเป็นแบบชนิดที่หนานั่นเอง เพราะว่าอาจจะทำให้เราไม่ต้องมาเปลี่ยนบ่อยๆนั่นเอง  โดยเป็นการที่เราใช้นิ้วของเราในการสอดใส่เข้าไปในช่องคลอดของเรานั่นเองโดยเป็นการที่เราต้องปล่อยเชือกเอาไว้ที่ด้านล่างนั่นเอง  และการที่สอดใส่เข้าไปเราก็พยายามในการดันเข้าไปให้ลึกพอเท่าที่เรารู้สึกได้นั่นเอง  เพราะว่าถ้าเราใส่ไม่ลึกพอก็อาจจะทำให้เรารู้สึกว่าเจ็บได้นั่นเอง  และวิธีนี้เป็นการใส่แบบแรกนั่นเอง   

แบบที่สอง เป็นอุปกรณ์ในการใส่เพราะว่าจะเห็นได้ว่าการที่เราไปซื้อผ้าอนามัยมาเขาก็จะมีอุปกรณ์ในการใส่มาให้นั่นเอง  เป็นการที่เราทำตามวิธีที่อยู่ข้างกล่อง จากนั้นเราก็เป็นการสอดเครื่องเข้าไปและก็ใช้นิ้วในการดันแผ่นผ้าอนามัยเข้าไปนั่นเอง  และเราจะได้ผ้าอนามัยแบบสอดที่เข้าไปอยู่ในช่องคลอดแบบที่ลึกได้พอประมาณ  จากนั้นก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย  

ส่วนวิธีในการถอดออก

เมื่อเราต้องการที่จะถอดผ้าอนามัยออกหรือว่าจะเป็นการเปลี่ยน  เพียงแค่เราใช้นิ้วมือของเราเปิดช่องคลอดออกเล็กน้อย  จากนั้นเราก็จับที่เชือกแล้วก็ค่อยๆดึงออกเพียงเท่านี้เราก็สามารถที่จะเปลี่ยนผ้าอนามัยได้แล้วนั่นเอง  

และวิธีในการที่เราจะทิ้งเราก็เพียงแค่ห่อกระดาษให้มิดชิดแล้วเราก็ทิ้งใส่ถังขยะเป็นอันเสร็จเรียบร้อยนั่นเอง   แต่ว่าในการที่เราจะทิ้งเราไม่ควรที่จะทิ้งลงในชักโครกเพราะว่าจะทำให้เกิดการอุดตันได้นั่นเอง  และเราก็ควรที่จะใช้ห่อกระดาษแล้วก็ทิ้งตามปกติจะเป็นเรื่องที่ดีกว่านั่นเอง  

        ในการที่เราต้องการที่จะใช่ผ้าอนามัยแบบชนิดสอดเป็นการที่จะช่วยในเรื่องของการเคลื่อนไหวได้ง่ายนั่นเอง และการที่เราจะมีกิจกรรมเกี่ยวกับการว่ายน้ำเราก็สามารถที่จะใส่ลงเล่นได้โดยที่เราไม่กลัวว่าประจำเดือนจะหกและเปื้อนนั่นเอง  

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    Gclub ฟรี 500

Continue Reading

สิ่งของที่ไม่ควรนำมาแช่เย็น

เมื่อเรานั้นเป็นแม่ครัวนั้นการที่เราจะทำกับข้าวหรือว่าเรานั้นต้องการที่จะไปจ่ายตลาดเพื่อที่จะซื้ออาหารเพื่อที่จะเอามาเก็บรักษาเพื่อที่จะได้อยู่ได้นานแต่ว่าของบางอย่างนั้นเราก็ไม่สมควรที่จะเอามาแช่ตู้เย็นเพราะว่าจากการที่เรานั้นแช่นั้นอาจจะทำให้ของที่เรานั้นซื้อมาเกิดความเสียหายหรือว่าแทนที่จะได้เก็บเอาไว้ได้นานแต่ว่าเป็นการที่เรานั้นไม่สามารถที่จะเก็บรักษาเอาไว้ได้ 

ดังนั้นวันนี้เราก็เลยจะมาบอกว่าเรานั้นควรที่จะเอาอะไรนั้นแช่ในตู้เย็นบ้า  หรือว่าอะไรนั้นไม่ควรที่จะแช่เพราะว่าการที่เรานั้นไม่รู้เรานั้นเอาไปแช่ก็ทำให้ของที่เราซื้อมานั้นไม่สามารถที่จะเก็บรักษาเอาไว้ได้นานนั่นเอง  อย่างเช่น  

  1. มะเขือเทศ  มีใครบ้างที่เอามะเขือเทศนั้นแช่ตู้เย็นยกมือขึ้นเรานั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่เอาไปแช่  เพราะว่าการที่เรานั้นเอามะเขือเทศไปแช่ตู้เย็นนั้นอาจจะทำให้มะเขือเทศนั้นเกิดความเสียหายอย่างเช่น ถ้าเรานั้นเอามะเขือเทศวางไว้ที่อุณหภูมิของห้องนั้นก็จะไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นและสามารถที่จะอยู่ได้นานกว่าในตู้เย็นนั่นเองเพราะว่าการที่เรานั้นเอาไปแช่ก็อาจจะทำให้เนื้อของมะเทศนั้นเกิดความช้ำหรือว่าเน่าไวนั่นเอง  
  2. กาแฟที่เรานั้นกินคนส่วนใหญ่นั้นก็เลือกที่จะเก็บกาแฟนั้นเอาไว้ในตู้เย็นแต่คุณนั้นรู้หรือไม่ว่าการที่เรานั้นเอากาแฟแช่เอาไว้ในตู้เย็นนั้นไม่ดีเพราะว่าเม็ดกาแฟนั้นไม่ชอบอาการที่เย็นมากเกินไป  แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่กาแฟนั้นชอบอยู่ที่อุณหภูมิที่เย็น  แต่ว่าการที่เรานั้นเอาไปแช่ตู้เย็นนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ  แต่ว่าคนส่วนใหญ่นั้นก็เลยเก็บกาแฟนั้นเอาไว้ในตู้ใส่กับข้าว หรือว่าลิ้นชักในครัวนั่นเอง  
  3. น้ำผึ้ง ที่เรานั้นเอามาทานกันหรือว่าเอามาทาหน้านั้นการที่เราจะมีน้ำผึ้งที่แท้นั้นเราก็ไม่ควรที่จะเอามาแช่ที่ตู้เย็นเพราะว่าการที่เรานั้นเอามาแช่ตู้เย็นนั้นอาจจะทำให้คุณค่าที่มีอยู่ในนั้นเกิดความน้อยลง ดังนั้นการที่เรานั้นแช่น้ำผึ้งนั้นเป็นเวลาที่นานเราก็ควรที่จะไม่ต้องแช่  อีกอย่างนั้นเป็นการที่เรานั้นเอาไปแช่แล้วรู้สึกว่าน้ำผึ้งนั้นเกิดการเกาะตัวที่ทำให้แข็ง จากนั้นพอถึงเวลาที่เรานั้นต้องการที่จะใช้นั้นเทออกมายากนั่นเอง  ดังนั้นเราก็ควรที่จะตั้งเอาไว้ในอุณหภูมิที่ปกติ  แต่ถ้ามีมดนั้นเราก็ควรที่จะเอาน้ำนั้นหล่อเพื่อที่จะไม่ให้มดขึ้นนั่นเอง   

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Gclub

Continue Reading

ทะเลาะกันตลอด หนึ่งในคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์

การที่คนเรามีคนรักหรือมีแฟนหรือไปถึงการมีครอบครัวแล้วก็ตาม ก็ต้องมีการทะเลาะเบาะแว้งกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา จริงๆแล้วการที่ทะเลาะกันก็มีผลดีนะ นั้นก็คือสามารถเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ ว่าอีกต่างฝ่ายต่างไม่ชอบอะไรรึปล่าวถึงทะเลาะกัน หรือว่าความคิดเห็นที่ไปคนละทางกันก็สามารถบ่งบอกได้ว่าคุณกำลังเรียนรู้ความคิดอีกฝ่ายอยู่ก็ว่าได้

แต่เรื่องทะเลาะนั้นจะนำพาอีกอารมณ์นึงมาด้วย นั้นคือความโกรธ ความโกรธนั้นเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะบางทีการทะเลาะกันเรื่องเล็กๆอาจจะทำให้ลงไม้ลงมือกันอย่างรุนแรง หรืออาจรุนแรงถึงขึ้นเสียชีวิตกันได้เลย ซึ่งมีข่าวประเภทนี้บ่อยนะ นั้นคือการบันดาลโทสะ ไม่ว่าจะทะเลาะกันอย่างไร ต้องรู้จักหักห้ามอารมณ์ไว้ด้วย แล้วบอกกับตัวเองเสมอว่าอีกคนนั้นคือคนที่เรารัก

มีพูดไปข้างต้นนั้นเป็นเพียงการทะเลาะกันเล็กๆน้อยๆหรือว่าอาจจะเรื่องใหญ่แต่ทะเลาะกันไม่บ่อยมากนัก แต่ถ้าเกิดว่าคู่ของคุณทะเลาะกันทุกวัน แค่อ้าปากจะพูดอะไรก็ทะเลาะแล้ว แบบนี้ไม่น่าจะดีแน่ๆ ลองนึกถึงตอนที่ทะเลาะกันดีๆว่า เราทะเลาะกันแล้วรู้สึกยังไง บางครั้งก็รู้สึเหมือนกับว่าเรากำลังเรียนรู้กันอยู่นะ

แต่ถ้าแค่ทำอะไรก็โดนบ่นโดนด่า จะทำอะไรก็เป็นเหตุให้ทะเลาะกัน แล้วก็ไม่เคยได้ปรับความเข้าใจกันเลย แล้วก็ทะเลาะเรื่องใหม่ๆไปเรื่อยๆ แบบนี้แล้ว วันนึงคู่นั้นก็จะรู้สึกว่าอึดอัดที่จะอยู่ด้วยกัน ประมาณว่าทำอะไรก็ผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องมาดูกันดีๆว่า มันเกิดอะไรขึ้นถึงได้ทะเลาะกันบ่อยและทะเลาะกันทุกๆเรื่อง

ส่วนมากแล้วการที่คุ่ไหนจะเป็นแบบนี้มักจะเป็นเพราะว่าหาเรื่องทะเลาะกันบ่อยจนรู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นทำอะไรก็ผิด เหมือนเป็นการจับผิดซึ่งกันและกันตลอด แบบนี้แล้วต้องคำนึงได้แล้วว่าอยู่ไปก็ไม่มีอะไรดี มีแต่เสียสุขภาพจิตปล่าวๆ มีทางเลือกให้เพียงแค่นั่งปรับความเข้าใจกันตอนอารมณ์เย็นๆหรือเลิกกันไปเถอะ

 

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท

Continue Reading

หนึ่งในช้อดีของการมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ

เก่งภาษาอย่างช่วยไม่ได้ หนึ่งในช้อดีของการมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ

สำหรับผมแล้ว นี่ก็คือข้อดีที่สุดข้อหนึ่งของการมีแฟนเป็นคนต่างประเทศเลยล่ะ แบบว่ามีแฟนเป็นคนประเทศไหน เราก็จะได้ภาษาบ้านเขาไปด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การรู้ภาษาแบบไวยกรณ์จ๋าๆ หรือว่าแบบเขียนได้ แต่เอาจริงๆ การที่เราอยากจะรู้ภาษาๆนึงนั้น เราเพียงแค่ต้องการนำไปใช้สื่อสารให้พอรู้เรื่องเท่านั้นเอง แต่นี่คือรูปแบบการใช้ภาษาแบบความเป็นอยู่ทั่วๆไปน่ะ

แบบไปเที่ยวต่างประเทศ ขอข้าวเขากินได้ ถามทางได้ เพียงแค่นั้น แต่ถ้าเป็นแบบการทำงาน ถึงขั้นต้องใช้ในการพรีเซ้นงานหรือประชุม อันนี้ต้องไปหาเรียนเอาจริงๆจังๆเฉพาะด้านจะดีกว่า เอาเป็นว่า การมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ ก็จะได้ภาษาบ้านเขาแล้วไปเที่ยวบ้านเขา ไปอยู่บ้านเขาได้สบายๆล่ะ

เป็นที่ทราบกันดีว่า จุดอ่อนของคนประเทศเรานั้นคือภาษา เพราะว่าประเทศเรานั้นไม่เคยเป็นเมืองขึ้นด้วย ก็เลยไม่ได้พบปะชาวต่างชาติมาตั้งแต่เนิ่นๆ ยิ่งผมนะ เรียนโรงเรียนมา เริ่มสอน ABC กันตอนชั้นป.5 จะบ้าหรอ แล้วจะไปทันใช้ได้ไง ขึ้นมัธยมมา กลายเป็นเด็กโง่อังกฤษกันไปเลย จริงๆแล้ว การที่ไม่เก่งภาษานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับอะไรสักเท่าไหร่

มันขึ้นอยู่กับตัวเอง เพราะตัวเองนั้นไม่มีแรงจูงใจที่จะเรียนภาษายังไงล่ะ ก็คิดไม่ออกนี่ว่าจะเอาไปทำอะไร เด็กก็แบบนี้ อย่างพี่สาวผมเก่งภาษาอังกฤษมากๆ เพราะนางชอบวงบอยแบรนด์ต่างชาติ ทำให้อยากจะฟังเพลงรู้เรื่อง เป็นพลังอันยิ่งใหญ่จริงๆ ทำให้นางเก่งภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็กๆกันเลยทีเดียว นี่แหละคือแรงขับเคลื่อน ประเทศเรานั้นขาดการปลูกฝังเรื่องพวกนี้ทำให้เด็กไม่มีแรงจะเรียนนะผมว่า

เข้าประเด็นกันเลยดีกว่า แล้วการมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ ช่วยให้มีแรงขับเคลื่อยยังไง บอกเลยว่ามหาศาลยิ่งกว่าอะไรทั้งมวล เรียกได้ว่าพลังแห่งความรักเอาชนะได้ทุกอย่างก็ไม่ผิดไป เมื่อมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ เราก็จะอยากคุยกับเขาให้รู้เรื่อง ทั้งในเรื่องชีวิตประจำวันและเรื่องอื่นๆด้วย โดยไม่คิดหรอกว่าจะพูดอะไรยังไง

ก็เพียงแค่อยากคุยรู้เรื่อง แปปเดียวเท่านั้น เราก็จะค่อยเรียนรู้จากการใช้ชีวิตประจำวันกับเขาแล้วคุยเรื่องราย จนสะสมคำศัพท์และไวยกรณ์มากมายในหัว รู้ตัวอีกทีเราก็ฟังชาวต่างชาติพูดรู้เรื่องซะแล้ว มิหน่ำซ้ำ รู้ตัวอีกที หัวของเราก็จะนึกคำตอบโต้ออกมาเป็นฉากๆเองโดยอัตโนมัติ นั่นเป็นเพราะการได้ใช้ภาษาอยู่ด้วยกันทุกวันอย่างไงล่ะ แล้วนั้นก็เป็นผลของแรงผลักดันอันมหาศาลของการมีความรัก ที่จะทำให้เราไม่ได้ขี้เกียจจะฝึกฝน

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า gclub มือถือ

Continue Reading

Soceity ZEN MIND คลื่นแห่งจิต 1

ขณะที่เราฝึกซาเซนนั้น ไม่ต้องพยายามหยุดความคิดของเธอ แต่ปล่อยให้มันหยุดเอง ถ้ามีอะไรแวบเข้ามาในใจ ปล่อยให้มันเข้ามาแล้วก็ปล่อยให้มันออกไป ถ้าไม่มีอะไรแวบเข้ามาในใจ มันจะไม่อยู่นานนักหรอก เมื่อเธอพยายามหยุดความคิด แสดงว่าเธอถูกมันรบกวน อย่าให้อะไรรบกวนเธอได้ มันจะเหมือนกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ภายนอกใจเธอผ่านเข้ามา

แต่ความจริงแล้วมันเป็นเพียงคลื่นแห่งจิตของเธอเท่านั้นเอง ถ้าเธอไม่ปล่อยให้มันรบกวน มันจะค่อยๆสงบลงไปเองภายในห้านาทีหรืออย่างมากก็เพียงสิบนาทีเท่านั้น จิตของเธอก็จะนิ่งสงบ ในตอนนั้นลมหายใจของเธอจะช้าลง ส่วนชีพจรจะเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย

การจะพบว่าจิตของเธอนิ่งสงบลงในการปฏิบัติซาเซนนั้นต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ความรู้สึกต่างๆจะเข้ามา ความคิดหรือภาพต่างๆจะผุดขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงคลื่นแห่งจิตของเธอเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรที่มาจากภายนอกเลย เรามักจะคิดว่าจิตรับความรู้สึกและประสบการณ์จากภายในอก แต่ความคิดนี้ไม่ใช่ความเข้าใจที่ถูกต้องนัก

ความเข้าใจที่ถูกต้องคือจิตของเรานั้นเป็นสิ่งที่รวมทุกสิ่งทุกอย่างไว้แล้ว เวลาที่เธอคิดว่ามีบางสิ่งบางอย่างจากภายนอกเข้ามา มันหมายความว่ามีบางสิ่งบางอย่างผุดขึ้นในจิตของเธอเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรจากภายนอกที่สร้างปัญหาให้เธอได้ มีแต่ตัวเธอเองที่เนคนที่ทำให้เกิดคลื่นแห่งจิตเอง ถ้าเธอปล่อยไว้อย่างนั้น มันก็จะสงบลงเอง จิตดวงนี้เรียกว่า จิตใหญ่

ถ้าจิตของเธอเชื่อมโยงกับบางสิ่งบางอย่างภายนอก จิตนั้นคือ จิตเล็ก คือจิตที่มีขอบเขตจำกัด ถ้าจิตของเธอไม่เชื่อมโยงกับสิ่งใดทั้งสิ้น ก็จะไม่มีความเข้าใจแบบทวิภาวะในกิจกรรมในใจของเธอ เธอจะเข้าใจกิจกรรมต่างๆว่าเป็นเพียงคลื่นแห่งจิต จิตใหญ่จะมีประสบการณ์ทุกอย่างภายในตัวของมันเอง

เธอเข้าใจความแตกต่างระหว่างจิตทั้งสอง คือจิตที่ผนวกรวมทุกสิ่งทุกอย่าง กับจิตที่จะเชื่อมโยงกับบางสิ่งบางอย่างหรือเปล่า ความจริงแล้วมันก็คือจิตเดียวกันนั้นละ แตกต่างกันที่ความเข้าใจ ความเข้าใจนี้จะทำให้ทัศนคติต่อชีวิตของเธอแตกต่างไปด้วย ขึ้นอยู่กับว่าเธอเข้าใจอะไร

 

 

สนับสนุนโดย  aesexy

Continue Reading

ผักและผลไม้ 5 สี 

ผัก และผลไม้ เป็น 1 ในอาหาร 5 หมู่ ที่ร่างกายต้องการ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากนี้ผัก และผลไม้บางชนิดยังมีประโยชน์คล้ายกันกับยา สามารถบรรเทา และรักษาอาการของโรคต่าง ๆได้ การรับประทานผัก แลผลไม้เป็นประจำจะช่วยทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และชะลอการเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆในร่างกาย

 

ผัก และผลไม้สีเขียว 

    • กวางตุ้ง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย  บำรุง และรักษาสายตา มีแคลเซียมสูง ช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรง ช่วยแก้อาการเป็นตะคริว
    • บร็อคโคลี่ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง มีวิตามิน C สูง ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน และมีโฟเลตสูงช่วยลดความเสี่ยงจากการพิการทางสมองของเด็กทารก
  • แอปเปิ้ลเขียว มีน้ำตาลน้อย เหมาะกับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก และมีวิตามิน C สูง ช่วยป้องกันโรคไข้หวัด และโรคเลือดออกตามไรฟัน

ผัก และผลไม้สีขาว สีน้ำตาล 

  • กล้วย อุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย มีเส้นใย และกากอาหารมากช่วยลดอาการท้องผูก และมีธาตุเหล็กสูงช่วยรักษาโรคโลหิตจาง
  • เงาะ มีสารแทนนิน ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ช่วยบำรุงผิวพรรณ และรักษาอาการท้องร่วงรุนแรงได้เป็นอย่างดี 

 

ผัก และผลไม้สีเหลือง สีส้ม 

  • แครอท มีวิตามิน A ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่ง อ่อนกว่าวัย สารอาหารในแครอทช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหาร ทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นหากรับประทานอย่างเป็นประจำ
  • ฟักทอง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงขึ้น
  • ส้ม มีวิตามิน C สูง ช่วยบำรุงสายตา และป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก มีแคลเซียม และวิตามิน D ช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรง และมีสารฟลาโวนอยด์ช่วยรักษาอาการอักเสบได้

ผัก และผลไม้สีแดง สีชมพูอมม่วง 

  • มะเขือเทศ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูชุ่มชื้น อิ่มน้ำ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย และมีวิตามิน A ช่วยในการบำรุงสายตา
  • หัวหอม มีสารเคอร์ซีทิน ช่วยป้องกันการเกิดโรคไข้หวัดต่าง ๆช่วยให้ความจำดีขึ้น หากรับประทานหัวหอมสดอย่างเป็นประจำ
  • ลูกพรุน อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยในการบำรุงเลือด ป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง ทำให้ผิวพรรณดูสุขภาพดี มีเลือดฝาด

ผัก และผลไม้สีม่วงแดง สีม่วง สีน้ำเงิน

  • องุ่นแดง การรับประทานองุ่นแดงเป็นประจำ จะช่วยในการบำรุงหัวใจ บำรุงสมอง มีวิตามิน B12 ช่วยในการเผาผลาญ
  • มะเขือม่วง อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆมากมาย ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ โรคอัมพาต และโรคมะเร็ง
  • ดอกอัญชัน ช่วยป้องกันการเกิดโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และขับสารพิษออกจากร่างกาย

 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง

Continue Reading

มือใหม่หัดแต่งหน้า

ซึ่งเรานั้นก็เชื่อมีหลายๆคนนั้นยังแต่งหน้าไม่ค่อยที่จะเป็นแต่ว่าอยากแต่งให้ใบหน้าของเรานั้นมีสีสันให้สวยงามไม่ใช่แต่งไปเป็นเหมือนตัวตลกให้คนอื่นนั้นขำกันเล่นๆการที่เรานั้นจะแต่งหน้านั้นเราก็ต้องเริ่มจากตัวเรานั้นมีความพยายามที่จะเริ่มจาการแต่งตัวนั้นมากน้อยแค่ไหนซึ่งวันนี้เราเลยมีเคล็ดลับดีๆมาฝากมือใหม่หัดแต่งหน้า

เป็นเทคนิคการแต่งหน้าง่ายๆสำหรับมือใหม่หรือว่าคนที่กำลังหัดแต่หน้าว่ามีเทคนิคแบบไหนบ้าง ที่แต่งหน้าแล้วปัง แต่งแล้วรอด สวยเป๊ะง่ายๆ ก่อนที่เรานั้นจะออกนอกบ้านแถมช่วยในการแต่งหน้าได้ง่ายขึ้นโดยที่เรานั้นสามารถที่จะแต่งได้ทุกวัน 

การบำรุงผิวสเต็ปแรกสุดและที่สำคัญของใบหน้า 

ดังนั้นเริ่มแรกนั้นเราต้องใส่ใจกับการที่เรานั้นต้องบำรุงหน้าของเราก่อนห้ามลืมเพราะว่าหน้าของเรานั้นจะแต่งติดหรือว่าไม่ติดนั้นก้อยู่ที่ตรงนี้ด้วย

   ครีมบำรุงผิวหน้า  สำหรับหน้าที่ทาครีมรองพื้นนั้นจะเจอกับการที่มีหน้าลอกเป็นขุย รอยแห้ง รอยแตกต่างๆที่หน้านั้นได้ง่ายๆดังนั้นการที่เรานั้นทาครีมเพื่อที่จะบำรุงหน้าเพื่อที่จะได้ไม่ให้หน้าของเรานั้นเป็นรอย หรือว่าเป็นขุยเพื่อที่จะได้ให้ผิวของเรานั้นชุ่มชื้นขึ้น 

 อายครีม  หากใครมีปัญหาใต้ตาดำ ริ้วรอย ไม่เรียบเนียน ขั้นตอนนี้ห้ามมองข้ามเลยเพราะอายครีมจะช่วยให้กาทาคอนซีลเลอร์ใต้ตาง่ายขึ้น ไม่เป็นรอยแห้งๆ แตกๆ แต่ควรทาในปริมาณที่พอดีนะ 

ครีมกันแดด  สำคัญสุดๆเลยเพราะว่าแดดเมืองไทยร้อนสุดๆการที่เรานั้นทาครีมกันแดดออกจากบ้านนอกที่ไม่ให้ผิวคล้ำเสียแล้วยังทำให้เกิดฝ้า กระ และริ้วรอยอีกด้วย ซึ่งการรักษายากนะบอกเลยเตือนไว้ก่อน

งานผิวๆ กับรองพื้นและคอนซีลเลอร์ 

มือใหม่ใช้นิ้วมือนี่แหล่ะในการรองพื้นหรือใช้ประเภท  ซึ่งผิวดีนั้นมีชัยไปกว่าครึ่ง สำหรับมือใหม่ที่หัดลงรองพื้นใช้นิ้วมือนี่แหล่ะ ง่ายที่สุด เพราะว่านิ้วมือของเราปรับอุณหภูมิของรองพื้นให้เกลี่ยบนผิวหน้านั้นได้ง่ายกว่าแปลง 

ลงคอนซีลเลอร์บริเวณใต้ตา และบริเวณรอยบนใบหน้าที่ต้องการปกปิด 

ซึ่งขั้นตอนนี้ง่ายมากๆแต่ต้องใช้ความใจเย็นเล็กน้อย เลือกลงคอนซีลเลอร์ทีละน้อยๆแล้วก็ค่อยๆเพิ่มทีละชั้นซึ่งจะทำให้คอนซีลเลอร์ไม่เป็นคราบหรือว่าเป็นก้อนที่ใต้ตา 

การลงแป้งเพื่อที่คุมความมันบนใบหน้า  เน้นกดในบริเวณที่มีความมันเพื่อที่จะเซ็ตรองพื้นให้เข้าที่เพื่อที่จะไม่ให้เยิ้มในระหว่างวันจากนั้นเราก็ทาให้ทั่วใบหน้าแต่ว่าระวังที่ใต้ตาเพราะว่าจะทำให้คอนซีลเลอร์ตกร่องได้

 

สนับสนุนโดย    ufabet

Continue Reading

7 ขั้นตอนในการแต่งหน้า

การแต่งหน้า

การแต่งหน้า เรานั้นจะแต่งหน้าแบบไหนดีไม่ให้ร่วง และรอดนั้นวันนี้เรานั้นมีเทคนิคง่ายๆในการแต่งหน้าหรือว่าเป็นคนที่ไม่เคยแต่งหน้าอยากลองแต่งหน้าสำหรับสาวๆที่อยากหัดลองแต่งหน้าเพื่อที่จะให้เรานั้นมีสีสันที่สวย 

1.การบำรุงผิวหน้า   เป็นอะไรที่สาวๆนั้นชอบลืมหรือคิดว่าไม่สำคัญกันนะเพราะว่าการทีเรานั้นบำรุงผิวหน้าเพื่อที่ไม่ให้หน้าของเรานั้นเป็นริ้วรอยและก็ทำให้หน้าของเรานั้นไม่แห้งให้มีความชุ่มชื้น

ครีมบำรุงผิวหน้าหน้าที่แห้งจะทำให้การรองพื้นพัง เพราะว่าเกิดขุยลอก รอยแห้ง รอยแตกต่างๆ ที่หน้านั้นได้ง่ายๆ ครีมกันแดดนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดของเมืองไทยเพราะว่าเมืองไทยนั้นเป็นประเทศที่ร้อนการที่เรานั้นทาครีมกันแดดนั้นเพราะว่าเพื่อที่จะไม่ให้เกิดฝ้า  กระ  และริ้วรอยอีกด้วย

2.งานผิวๆกับรองพื้น และคอนซีลเลอร์   การที่เรานั้นต้องทาครีมรองพื้นที่เพื่อผิวของเรานั้นเรียบเนียนไม่มีริ้วรอยการทาครีมรองพื้นนั้นถ้าเป็นมือใหม่นั้นหัดทำละก็ใช้นิ้วในกาทาหน้าก็ได้เพราะว่าการที่เรานั้นใช้แปลงเราต้องทิ้งน้ำหนัก แต่ถ้าเรานั้นยังเป็นมือใหม่อยู่ก็ควรที่จะใช้นิ้วในการทาหน้าให้ทั่วหน้าน่าจะดีกว่า 

3.ลงแป้งเพื่อควบคุมความมันบนใบหน้า   การที่เรานั้นใช้แป้งนั้นเน้นและกดที่บริเวณของความมันเพื่อที่จะให้แป้งนั้นเซ็ตกับครีมรองพื้นที่เรานั้นทาไว้และก็เป็นการควบคุมความมันบนใบหน้าเราในระหว่างวันด้วย 

4.คิ้วคือมงกุฎของใบหน้า การที่เราใช้ดินสอนั้นเขียนคิ้วแล้วเว้นตรงหัวคิ้วนั้นเอาไว้ จากนั้นก็ค่อยระเรงหรือว่าระบายให้ทั่วจากนั้นเราก็ใช้แปลงนั้นเกลี่ยให้สีนั้นอ่อนลงสำหรับมือใหม่นั้นเราไม่ควรที่จะใช้ดินสอที่เป็นสีเข้ม หรือว่าลบยากเกินไป 

5.แต่งตานั้นไม่ยากแต่ว่าต้องใส่ใจรายละเอียด การทานั้นหรือว่ารูปแบบของตานั้นมีอยู่ 2 อย่างคือตาสองชั้น และตาชั้นเดียว 

ตาสองชั้น  การลงทาสีที่ตานั้นให้ทาให้ทั่วตาและก็ให้ไล่จากสีที่อ่อนนั้นค่อยไปเข้ม ตรงหางตาและก็ไล่กันให้สวยงามหลังจากนั้นก็ค่อยเขียนอายไลน์เนอร์ชิดโคนขนตา 

ตาชั้นเดียว นั้นก็ทำเหมือนกับตาสองชั้นนั้นเลย 

6.ปัดแก้ม การปัดแก้มที่สำคัญเลยคือ ต้องเลือกสีให้เข้ากับสีผิว

  • ผิวขาว นั้นให้เลือกสีที่นวน หรือว่าสีที่อ่อนๆหน้ารัก 
  • ผิวสีกลาง ให้เลือกสีนั้นกลางที่ไม่อ่อนหรือว่าเข้มมากจนเกินไป 
  • ผิวสีเข้ม ให้เลือกสีเข้ม โทนน้ำตาลหรือว่าส้มจะสวยเป๊ะ 

ถ้าเป็นมือใหม่นั้นให้ค่อยๆบัดโดยการที่ปัดแบบเบามือจากนั้นค่อยไล่สีเพื่อที่จะเพิ่มความเข้มของสี

7.ขั้นตอนสุดท้ายคือทาลิปสติก ลิปสติกธรรมดาหรือลิปบาล์มมีสีที่สวยจะทาง่ายกว่าลิปจิ้มจุ่มสำหรับมือใหม่เน้นเลือกสีที่เข้ากับผิวไม่นู้ดไปหรือว่าเข้มจนเกินไป

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลองเล่น

Continue Reading

แฟชั่นเครื่องรางของขลัง ของดีจากร้านไลลา

ของดีจากร้านไลลา

ของดีจากร้านไลลา กำลังเป็นกระแสแรงต่อเนื่องไม่ตกเทรนกับเครื่องรางของขลังที่เมื่อก่อนหากเป็นวัยรุ่นหรือวัยทำงานคงไม่สนใจ ส่วนมากคนที่นิยมเล่นพวกเครื่องรางของขลังจะมีแต่คนสูงอายุอาจจะเป็นเพราะรูปแบบของเครื่องรางของขลังแต่ละชิ้นดูน่ากลัวไม่น่าพกพาสักเท่าไหร่  แต่ตอนนี้สมัยนิยมได้เปลี่ยนไปแล้วปัจจุบันมีร้านที่ชื่อว่าร้านไลลาได้เปิดร้านที่จำหน่ายเกี่ยวกับเครื่องรางของขลังโดยเฉพาะและลูกค้าของร้านนี้เยอะมาก

ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป นักศึกษา นักเรียน  หรือแม้แต่กลุ่มพวกดาราและนักการเมืองต่างก็พากันเดินทางไปที่ร้านไลลา เพื่อเช่าเครื่องรางของขลังเหล่านี้มาใส่เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง จนทุกวันนี้ไลลาได้ขยายไปหลายสาขามากซึ่งร้านของไลลาแต่ละร้านจะมีลูกค้าเข้าแน่นตลอดทั้งวันและสาขาแต่ละที่ก็จะเปิดตามห้างสรรพสินค้าที่มีคนนิยมไปช้อปปิ้งกันมาก

วันนี้เราจึงนำเครื่องรางบางส่วนมาแนะนำให้ทราบกันว่าตอนนี้มีแบบไหนที่เป็นที่นิยมในการสวมใส่กันบ้างเพราะนับได้ว่าเครื่องรางของไลลากลายเป็นการใส่เพื่อการแฟชั่นไปเสียแล้ว

  1. พญาต่อ หรือต่อเงินต่อทอง  สำหรับเครื่องรางชุดนี้ราคาเริ่มต้นที่1990 บาทและต้องท่องนะโมจำนวน 3 จบในการบูชา ซึ่งหากใครบูชาพญาต่อหรือต่อเงินต่อทองไป จะช่วยเหลือในเรื่องของการค้าขายให้ขายได้กำลังดี ติดต่อลุกค้าก็ผ่านฉลุยไม่มีอุปสรรค สามารถเจรจาต่อรองกับใครก็สัมฤทธิ์ผล เหมาะอย่างมากกับกลุ่มที่ทำงานเป็นเซลล์หรือพวกเล่นหุ้น  หรือเป็นเจ้าของบริษัทเปิดร้ายขายของก็เหมาะ
  2. กิบกินเดือน  สำหรับราคาเริ่มต้นในการเช่าซื้อคือ 1990 บาทเช่นกัน สำหรับวิธีบูชานั้น ต้องท่อง อุอิอัง อุอังอะอิ มิอะมิ เป็นจำนวน 3 จบ สำหรับกบกินเดือนเป็นเครื่องรางเกี่ยวกับการอุดกระเป๋าเงินไม่ให้รั่วไหล ให้เก็บเงินเก็บทองอยู่ไม่เอาไปซื้อของฟุ่มเฟือย และเหมาะอย่างมากกับคนที่กำลังดวงตก
  3. แมลงภู่คำหลวง  ราคาเช่าซื้อเริ่มต้นที่ 1990 บาท และสำหรับ แมลงภู่คำหลวง เป็นที่นิยมมาก ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเช่าซื้อเครื่องรางของขลังชิ้นนี้กันเยอะเพราะช่วยเหลือทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องความรัก การงาน การเงิน รวมถึงการให้โชคลาภการป้องกันภัย เพียงเราบูชาด้วยคาถา นะ โม พุท ธา ยะ มะ อะ อุ อิ ส วา สุ นะ มะ พะ ทะ จะ ภะ กะ สะ นะ มะ นะ นะ อุ อุ นะ  และเมื่อท่องเสร็จแล้วให้อธิษฐานตามความปรารถนาก็จะสัมฤทธ์ผล

นี่เป็นเพียงแค่เพียงส่วนน้อยในของขลังทั้งหมดที่ทางร้านไลลามีและเป็นที่นิยมของผู้คนในการไปเช่าซื้อมาสวมใส่เป็นกำไลแฟชั่น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   sa gaming vip ทดลอง เล่น

Continue Reading

กระแสดราม่าเพราะโรงเรียนแจ้งจับนักเรียน

โรงเรียนแจ้งจับนักเรียน

โรงเรียนแจ้งจับนักเรียน โรงเรียนดังที่จังหวัดอยุธยาเกิดกระแสดราม่าเพราะโรงเรียนแจ้งจับนักเรียน เหตุวิจารณ์เรื่องภายในโรงเรียนให้คนนอกรับรู้

         กำลังเป็นที่ถกเถียงกันเมื่อโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้มีการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ออกตามหาตัวนักเรียนที่มีการไปโพสต์ทวิตเตอร์ต่อว่าโรงเรียนเกี่ยวกับข้อห้ามต่างๆและนำเรื่องของภายในโรงเรียนออกมาเล่าให้สาธารณชนฟังซึ่งทางโรงเรียนแจ้งว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้เป็นการทำให้ชื่อเสียงของโรงเรียนเสริมเสียดังนั้นทางโรงเรียนจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยมีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจในข้อหาผิดพรบคอมพิวเตอร์ 

          จากกรณีก่อนหน้านี้ที่มีทางนักเรียนได้มีการออกมาโพสทวิตเตอร์บอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ในโรงเรียนเกี่ยวกับกฎข้อห้ามต่างๆเช่นเรื่องของการแต่งหน้าแต่งตัวของเด็กนักเรียนโดยเด็กนักเรียนให้เหตุผลที่ต้องนำมาโพสต์ในครั้งนี้ว่าคุณครูในโรงเรียนพูดจาห้ามปรามนักเรียนด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพโดยให้เหตุผลของการห้ามแต่งหน้าในโรงเรียนเพียงเพราะว่ากลัวเด็กนักเรียนจะมีผัว

ซึ่งเด็กนักเรียนมองว่าการกระทำแบบนี้เป็นสิ่งที่โรงเรียนและครูอาจารย์ไม่ควรพูดกับเด็กนักเรียนและยังมีประเด็นอีกหลายอย่างที่นักเรียนนำมาโพสต์ลงในทวิตเตอร์เช่นคุณครูแอบเป็นแฟนกับเด็กนักเรียนในโรงเรียนของตนเอง   หรือแม้แต่เรื่องคุณครูทะเลาะตบตีกันเรื่องแย่งสามีกันในโรงเรียนต่อหน้าเด็กนักเรียน  และยังมีเรื่องข้อห้ามการใช้อุปกรณ์ในโรงเรียนเช่นการห้ามนักเรียนใช้ลิฟท์ซึ่งนักเรียนหลายคนมองว่าสิ่งก่อสร้างในโรงเรียนต่างๆนั้น

ก็มาจากเงินของผู้ปกครองที่มาจ่ายค่าเทอมดังนั้นนักเรียนเองก็ควรจะมีสิทธิ์ใช้เช่นเดียวกับคุณครูหลังจากที่มีดราม่าแบบนี้ออกมาก็ทำให้ผู้คนเข้ามาพูดคุยถึงเรื่องราวของโรงเรียนแห่งนี้กันเป็นอย่างมากซึ่งภายหลังที่โรงเรียนมีการทราบเกี่ยวกับทวิตเตอร์ดังกล่าวก็ได้มีการสมัครทวิตเตอร์ในชื่อของโรงเรียนเป็นโรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์

โดยมีการโพสต์ข้อความเป็นใบแจ้งความเพื่อเอาผิดคนที่มีการเข้าไปโพสต์ทวิตเตอร์รวมถึงคนที่มีการใช้ข้อความต่างๆหรือวิพากษ์วิจารณ์โรงเรียนโดยให้เหตุผลว่าจะเอาผิดทุกคนที่ทำให้ชื่อเสียงของโรงเรียนเสียหายซึ่งหลังจากที่โรงเรียนมีการโพสต์ข้อความนี้ออกมากระแสความแรงของ Twitter ก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก

เมื่อหลายคนมองว่าแทนที่โรงเรียนจะหาทางแก้ไขปัญหาสิ่งที่นักเรียนนำออกมาโพสต์บอกเล่าเรื่องราวในครั้งนี้โรงเรียนกับห่วงชื่อเสียงของตนเองด้วยการแจ้งความจับนักเรียนของตนเองซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่โรงเรียนควรจะคำนึงถึงนั้นคือ นักเรียน โดยในข้อความของที่มีการพูดคุยกันในทวิตเตอร์นั้นเป็นการนำข้อมูลอันเน่าเฟะของครูในโรงเรียนออกมาตีแผ่

ดังนั้นควรจะมีการหาข้อมูลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นมีมูลความจริงหรือไม่ และหาทางแก้ไข ส่วนเรื่องการแต่งหน้าในโรงเรียนนั้นก็ควรจะเรียกเด็กไปพูดคุยทำความเข้าใจ เรื่องน่าจะจบด้วยดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัครจีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ

Continue Reading